[Spoil] First Hug

posted on 30 Jun 2009 03:16 by almond-meringue
 

คำเตือน : มันคือสปอยล์ สั้นสุดๆ และอาจจะถูกแก้ไม่เหลือเค้าเดิมได้ในภายหลัง

...............

..........

......

...

.

"너를내품에가득안은채 ....굳어버렸으면 싶어 영원히 ....."

ยุนโฮนับถอยหลังจากสามถึงหนึ่งในใจ ก่อนจะหันกลับไปอีกด้านพลางผ่อนลมหายใจออกช้าๆ นึกภาวนาเป็นครั้งที่ร้อยว่าขอให้เสียงเพลงที่เพิ่งจบไปเป็นรอบสุดท้ายเสียที เพราะตอนนี้ทั้งเขาทั้งเพื่อนร่วมวงต่างก็เหนื่อยจนแทบไม่มีแรงจะยืนกันอยู่แล้ว

 

เด็กหนุ่มเตือนตัวเองไม่ให้เหลือบมองด้านข้างตามคำพร่ำสอนของครูฝึก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองใครบางคนผ่านเงาสะท้อนบนผนังกระจกตรงหน้า .....แจจุงถูกเรียกตัวมาฝึกก่อนคนอื่นๆ เกือบสองชั่วโมง ตอนนี้ก็เลยดูจะอาการหนักกว่าใคร นอกจากจะอ้าปากหอบหายใจอย่างเปิดเผยชนิดไม่กลัวถูกดุ ยังยกมือข้างที่ควรจะเก็บไว้แนบลำตัวขึ้นมาเสยผมจนยุ่งเหยิงแทบไม่เป็นทรง พอบวกเข้ากับสองข้างแก้มแดงปลั่งที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อก็ยิ่งไม่เหลือเค้าของคนที่ต้องส่องกระจกให้ดูดีทุกองศาเลยสักนิด

 

เห็นฝ่ายนั้นต้องเหนื่อยขนาดนี้แล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะการที่แจจุงโดนซ้อมเดี่ยวก็ถือเป็นความรับผิดชอบของเขาด้วยส่วนหนึ่ง แม้ว่าสาเหตุแรกเริ่มมันจะมาจากการที่ทีมผู้ควบคุมการฝึกซ้อมลงความเห็นว่าเวลาอยู่บนเวที แจจุงมักจะเหลียวมองคนอื่นจนเสียจังหวะของตัวเอง ทำให้บางครั้งก็เปลี่ยนตำแหน่งตามไม่ทัน แต่เขาซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก็ได้รับคำสั่งให้คอยเตือนเพื่อนร่วมวงแทนครูฝึกด้วย...ซึ่งเขาก็ไม่เคยทำอย่างนั้นเลยสักครั้ง

 

"เอ้า!! วันนี้พอแค่นี้"

 

คำอนุญาตยังไม่ทันจบ จากแถวยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่งก็กลายเป็นต่างคนต่างทิ้งตัวลงไปนอนแผ่บนพื้นอย่างไม่มีใครสนใจใคร ยุนโฮเองก็ใช่ว่าจะไม่อยากทำ แต่ด้วยหน้าที่บังคับก็เลยต้องเดินไปส่งครูฝึกที่ดูแลพวกเขามาตลอดทั้งบ่าย อดทนยืนฟังเรื่องงานวันพรุ่งนี้และอะไรต่อมิอะไรที่ก็ฟังมาแล้วหลายรอบ มีเรื่องดีเพียงอย่างเดียวคือคราวนี้ไม่มีคำสั่งให้ใครต้องมาซ้อมเดี่ยวอีก

 

"โอ๊ย!!พี่แจจุง!! ผมไม่เล่น"

 

"ไม่ได้!! เราตกลงกันแล้วนี่ว่าคนเป่ายิ้งฉุบแพ้ต้องยอมเป็นคู่ซ้อม"

 

"ใช่ๆ ฉันเป็นพยานได้ ชางมินนายแพ้พี่แจจุงสามต่อห้า"

 

"เอาตรงโน้นดีกว่าพี่ ตรงนี้เดี๋ยวโดนกระจกแตก"

 

ยุนโฮได้แต่ยิ้มแห้งๆ เมื่อสายตาคมกริบของผู้แก่วัยกว่า ตวัดมองบรรดาคนเพิ่งทำท่าว่าเหนื่อยแทบล้มประดาตายที่ตอนนี้กลับลุกขึ้นมาผลักกันกระโดดใส่กันชุลมุน ยังโชคดีว่าครูคนนี้ไม่เข้มงวดเท่าไหร่ เลยแค่ส่ายหัวแบบเอือมๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป นี่ถ้าเป็นครูฮาคยองจอมโหด พวกเขาคงโดนสั่งซ้อมเพิ่มอีกสักรอบสองรอบโทษฐานยังมีแรงเหลือแน่ๆ

 

เด็กหนุ่มงับประตูปิดตามหลังไว้เพียงครึ่งๆ เพื่อบอกให้ผู้จัดการที่น่าจะรออยู่ด้านนอกรู้ว่าซ้อมเสร็จแล้ว จะหันกลับไปบอกเพื่อนร่วมวงให้รีบเก็บของแต่ก็คิดว่าคงไม่มีใครยอมสนใจ โดยเฉพาะใครบางคนที่กำลังพยายามกระโดดล็อคคอคนตัวสูงกว่าด้วยมวยปล้ำท่าใหม่ที่จำมาจากทีวีเมื่อคืน ความจริงถ้าเปรียบเทียบกันด้วยขนาดตัว ฝ่ายถูกโจมตีอย่างชางมินน่าจะสลัดหลุดออกได้ไม่ยาก แต่โชคร้ายที่คู่ต่อสู้ไม่ได้มีแค่แจจุงคนเดียว ยูชอนกับจุนซูเองก็โดดตามเข้าไปด้วย มวยปล้ำแบบสามรุมหนึ่งเลยจบลงด้วยการแพ้น๊อคของเจ้าน้องเล็กโดยไม่ต้องอาศัยกรรมการนับให้เสียเวลา

 

....น่าอิจฉา....

 

ไม่อยากยอมรับและไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานึกอยากเป็นชางมินเหลือเกิน จะโดนยูชอนกับจุนซูรุมขนาดไหนก็ไม่เป็นไร ขอแค่แจจุงจะโถมเข้ากอดคอแล้วรัดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแบบนั้นบ้าง 

 

นานแค่ไหนแล้วที่เขากับแจจุงไม่ได้คลุกคลีเล่นหัวกันแบบนั้น?

 

เกือบสามอาทิตย์นับตั้งแต่วันเดบิวต์  หรือหนึ่งเดือนกว่าๆ ถ้านับรวมก่อนหน้านั้นที่แจจุงโกรธเขาด้วยสาเหตุที่จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

 

อันที่จริงตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้ทะเลาะกัน แจจุงไม่ได้โวยวายโมโหใส่เขาไปหมดทุกเรื่องอย่างช่วงก่อนแล้ว  ฝ่ายนั้นคุยกับเขาเกือบๆ จะเหมือนปกติ....แต่ก็ไม่ปกติ......ไม่ปกติตรงที่เจ้าตัวพยายามหลบเลี่ยงเขาอย่างเห็นได้ชัด ยุนโฮมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าหลังๆ มานี้แจจุงไม่เล่นหัวกับเขาเหมือนเคย  เวลาคุยกันก็ไม่ค่อยยอมสบตา บางทีถึงขั้นไม่มองหน้าเลยด้วยซ้ำ และอาการพวกนี้ก็เพิ่งเริ่มเกิดหลังวันฉลองคริสต์มาส ....หลังจากเขากับแจจุงใช้เวลาสิบนาทีด้วยกันในคืนนั้น

 

แจจุงรู้แล้วว่าคนคนนั้นคือเขา และนึกรังเกียจจนต้องตีตัวออกห่างอย่างนั้นใช่ไหม?

 

"เอ้า!! จะกลับกันมั้ยบ้านน่ะ ถ้าไม่อยากกลับจะได้บอกรถไม่ต้องรอ"

 

กรรมการห้ามมวยที่มาในรูปของผู้จัดการยืนทำหน้าถมึงทึงตรงหน้าประตู ทำเอาสี่คนที่ชุลมุนกันอยู่สลายตัวในทันที พอมีคนจัดการแทนให้ยุนโฮเลยเดินไปเก็บเป้ของตัวเองบ้าง ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากเสื้อแจ็คเก็ตกับขวดน้ำ แค่คว้าเอาทั้งสองอย่างมายัดใส่กระเป๋าก็เป็นอันเสร็จ

 

"นายจะไปบ้านจุนซูจริงๆ น่ะ? แล้วใครจะช่วยฉันเคลียร์ฉากล่ะ"

 

"ก็พี่ยุนโฮไง วันก่อนพี่เขาเล่นภาคนี้จบไปแล้วนี่"

 

ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมองเมื่อถูกพาดพิงถึง ทันเห็นดวงตากลมดำตวัดผ่านมาเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะเมินไปทางอื่น เหมือนหูจะแว่วเสียงงึมงัมตามหลังที่คล้ายจะมีชื่อเขาอยู่ในนั้น แต่ก็ไกลเกินกว่าจะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไร

 

"งั้นพี่แจจุงก็ไปด้วยกันสิ แผ่นนี้บ้านผมก็มี"

 

"ได้ที่ไหนเล่า ขืนพี่ซูยองมาไม่เจอ ฉันก็โดนฆ่ากันพอดี"

 

ปลายจมูกย่นยู่กับริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่ขยับขึ้นลงตามคำบ่นของผู้เป็นเจ้าของ ตรึงสายตายุนโฮไว้ให้เผลอนิ่งมองโดยไม่รู้ตัว ตรงไหนสักแห่งในอกซ้ายวูบไหวไปด้วยความทรงจำถึงความนุ่มนวลที่เคยได้สัมผัส พลันก็นึกสงสัยว่าทั้งหมดนั่นมันเป็นแค่ฝันข้างเดียวของเขารึเปล่า เหมือนอย่างทุกๆ เช้านับจากคืนนั้นที่เขามักจะลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าใครบางคนยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม ในขณะที่ตัวเขาเองกลับหลงละเมอถึงรสชาติหอมหวานของเรียวปากนุ่มกับไออุ่นจากร่างที่ได้กอดประคองไว้ ด้วยความรู้สึกราวกับใครคนนั้นเพิ่งผละออกไปจากอ้อมแขน

 

"..ยุนโฮ....พี่ยุนโฮ"

 

แรงสะกิดบนไหล่ดึงยุนโฮให้รีบหันกลับมา แล้วก็แทบจะทำหน้าไม่ถูกกับสายตานิ่งๆ จากน้องชายคนเล็กที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เมื่อกี้เขาเผลอทำอะไรแปลกๆ ไปบ้างรึเปล่า

 

"วันนี้พี่แจจุงเขาจะไปค้างบ้านญาติกับพี่ซูยองรึเปล่าครับ"

 

"เอ่อ....คงไม่มั้ง ไม่เห็นเขาบอกผู้จัดการนี่"

 

ชื่อที่ถูกเอ่ยถึงพาให้ยุนโฮรู้สึกหนาวๆร้อนๆ อยู่บ้าง แต่ความเป็นจริงอีกอย่างที่เพิ่งนึกได้ก็ดึงความสนใจได้มากกว่า ถ้าชางมินไม่ถามเขาก็ลืมไปเลยว่าแจจุงอาจจะไปค้างบ้านญาติในโซลเหมือนอย่างทุกครั้งที่คนในครอบครัวมาเยี่ยมก็ได้ ตามปกติถ้าจะไป ฝ่ายนั้นต้องฝากเขาทำโน่นทำนี่แทนให้อยู่เสมอๆ เขาก็เลยมักจะเป็นคนแรกหรืออาจจะคนที่สองรองจากผู้จัดการที่รู้ว่าแจจุงไปไหน

 

แต่นั่นมันเมื่อก่อน ....ไม่ใช่ตอนนี้

 

"งั้นผมฝากดูโมเดลบนโต๊ะในห้องทำงานด้วยนะพี่"

 

หน้าตาเป็นกังวลของเจ้าน้องเล็ก ขณะพยักเพยิดไปทางใครบางคนประกอบคำขอร้อง ทำเอายุนโฮอดหัวเราะไม่ได้ พอโล่งใจว่าไม่ใช่เรื่องที่ร้อนตัวไปเอง เด็กหนุ่มก็ยกมือตบไหล่น้องชายได้อย่างสบายใจ เห็นใจด้วยว่าถ้าไม่เป็นเพราะอยากกลับไปพบคนในครอบครัวที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ชางมินคงไม่ยอมเสี่ยงทิ้งการบ้านที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำมาตลอดอาทิตย์ไว้ตามลำพัง ในอพาร์ทเมนท์ที่มีคนชอบแกล้งอยู่ด้วยแน่ๆ

 

ตั้งแต่เดบิวต์มา วันนี้ก็จะเป็นวันแรกในรอบเกือบสามสัปดาห์ที่จุนซูกับชางมินได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ปกติเวลาแบบนี้เด็กต่างจังหวัดอย่างเขากับแจจุงรวมทั้งยูชอนที่ครอบครัวอยู่ห่างกันคนละทวีปก็ต้องอยู่เฝ้าอพาร์ทเมนท์กันไป แต่คราวนี้ยูชอนขอตามไปค้างบ้านจุนซูด้วย เพราะอยากเจอพี่ชายฝาแฝดของเจ้าโลมาน้อยที่เคยได้ยินแต่ชื่อมานาน ทีแรกแจจุงเองก็จะไปด้วย แต่พี่สาวคนที่แปดเกิดโทร.มาบอกว่าจะเข้ามาโซลวันนี้เจ้าตัวก็เลยต้องอดไป

 

ยุนโฮใช้เวลาระหว่างรถตู้แล่นไปตามทางกลับอพาร์ทเมนท์ นั่งคิดหาข้ออ้างเหมาะๆ ขอตัวแยกไปจัดการกับมื้อเย็นเองตามลำพัง อันที่จริงถ้าไม่เป็นเพราะพี่ซูยองโทรมาหาเขาโดยตรงเพื่อกำชับว่าต้องไปด้วยกันก็คงไม่ต้องคิดให้เสียเวลา เพราะแจจุงเองคงยินดีมากกว่าอยู่แล้วถ้าไม่มีเขา แต่ยังไม่ทันจะคิดออกรถก็จอดลงตรงไหล่ทางหน้าอาคารที่พักเสียก่อน เด็กหนุ่มเลยต้องรีบตามหลังอีกคนที่คืนนี้ต้องอยู่เฝ้าอพาร์ทเมนท์ด้วยกัน ลงไปยืนฟังโอวาทจากผู้จัดการที่เฝ้าย้ำประโยคจำพวก ‘ห้ามออกไปเที่ยวไหน' ‘อย่าตื่นสาย' ‘อย่าทำอะไรแผลงๆ' ซ้ำไปซ้ำมาจนพอใจถึงได้ยอมให้ออกรถไปต่อ

 

ดวงตาเรียวรีมองตามไฟท้ายรถค่อยๆ ห่างออกไปกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ จนในที่สุดก็ลับหายไปจากสายตา ก่อนจะหันมาทางคนยืนเคียงข้าง แปลกดีที่จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกประหม่าขึ้นมาเสียเฉยๆ เมื่อคิดว่าตอนนี้มีแค่เขากับแจจุงสองคน เป็นการอยู่กันลำพังครั้งแรกหลังจากที่เขาแบกแจจุงกลับบ้านในคืนวันฉลองคริสต์มาสนั้นก็ว่าได้.....แต่อีกฝ่ายคงไม่คิดอย่างเขา เพราะเจ้าตัวดูจะไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากการเขย่ากระเป๋าสะพายเพื่อหาอะไรบางอย่าง ที่ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นโทรศัพท์ที่พวกเขาเพิ่งได้มาจากผู้สนับสนุนรายหนึ่งเมื่ออาทิตย์ก่อน

 

~ ...TTTTTTTTTT....TTTTTTTTTTTT .....~

 

เจ้าโทรศัพท์จะมีจิตใจคิดได้เอง หรือจะเป็นเพราะคนโทร.มากะเวลาได้เหมาะก็ตามที แต่รอยยิ้มกับสีหน้ายามผู้เป็นเจ้าของกดรับนั้น ก็เดาได้เลยว่าว่าอีกด้านของปลายสายเป็นใคร

 

"ถึงแล้วเหรอพี่ซูยอง .....อะไรนะ!!! ทำไมล่ะ?!!"

 

ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่แจจุงก็โวยวายเสียงดังจนพอจับใจความได้ว่าพี่สาวเข้ามาโซลวันนี้ไม่ได้ จะด้วยเพราะเหตุผลอะไรนั้นยุนโฮไม่รู้ รู้ก็แต่คนถูกเบี้ยวนัดโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง

 

"รู้ว่ามาไม่ได้ก็น่าจะโทร.มาบอกกันแต่เนิ่นๆ ....คนเขาจะได้ไม่ต้องอยู่คอย"

 

สายตาละห้อยมองดูทางที่รถตู้เพิ่งแล่นออกไป บอกแทนความในใจได้หมดว่าถ้ารู้เร็วกว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นแจจุงยืนอยู่ที่นี่แน่ๆ

 

ชั่วแวบหนึ่งยุนโฮรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างไม่รู้เหตุผล แต่มันก็หายไปแทบจะในทันทีที่เห็นความหม่นหมองในดวงตากลมโตคู่นั้น ถึงแจจุงจะบ่นโน่นนี่ แต่ใครๆก็ดูออกว่าเจ้าตัวดีใจมากแค่ไหนที่พี่สาวจะมาหา ไม่ใช่แค่เพราะไม่ได้เจอกันมานาน แต่ยังเป็นเพราะอาทิตย์หน้าก็จะถึงวันเกิดของฝ่ายนั้นแล้วด้วย ตารางงานที่ถูกกำหนดจนเต็มเอี้ยดไปจนถึงสิ้นเดือน เป็นสิ่งที่ช่วยทำนายล่วงหน้าได้เลยว่าปีนี้แจจุงจะไม่มีโอกาสกินซุปสาหร่ายวันเกิดกับครอบครัวแน่ๆ แล้วตอนนี้ความหวังจะได้เจอกับพี่สาวก็ยังมาพังเสียอีก

 

"....เอาไงล่ะ"

 

อยู่ในความเงียบกันครู่ใหญ่ ยุนโฮก็ได้ฟังประโยคแรกในรอบสามสัปดาห์ที่แจจุงเป็นฝ่ายพูดกับเขาก่อน เด็กหนุ่มมองคนถามที่เก็บโทรศัพท์เสร็จก็เอาแต่ยืนก้มหน้างุดแล้วอดคิดในใจไม่ได้ว่าถ้าเป็นเดือนก่อนเขาคงย้อนว่า ‘เอาไงล่ะ' นั่นหมายถึงอะไร ตั้งใจจะถามเขาหรือก้อนหินบนพื้นกันแน่ ....แต่ตอนนี้กับตอนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นที่พูดออกไปก็คือ...

 

"ฉันยังไงก็ได้"

 

"งั้นไปร้านป้าชอยแล้วกัน"

 

ตัดสินใจเสร็จด้วยความรวดเร็วแล้วก็เดินนำไปก่อนอย่างไม่คิดจะรอ แต่ยุนโฮก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้วเลยเดินตามไปอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าควรจะดีใจไหมที่เขากับแจจุงยังเข้าใจในเรื่องเดียวกันได้ง่ายๆ อยู่เหมือนเดิม เพราะขณะนี้อีกฝ่ายก็ยังคงรักษาระยะห่างออกไปอย่างน้อยหนึ่งช่วงแขน ก้มหน้าก้มตาจ้ำเท้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เป็นนัยบอกว่าถึงยังไงก็จะไม่ยอมหันมาคุยกับเพื่อนร่วมทางอย่างเขาอีก

 

ยุนโฮมองดูป้ายไฟหลากรูปทรงที่เริ่มส่องสว่างขึ้นมาตรงนั้นตรงนี้ทีละจุดตลอดแนวอาคารที่เดินผ่าน แล้วนึกถึงเพื่อนร่วมวงอีกสามคนที่ไม่ได้มาด้วยกัน ช่วงก่อนเดบิวต์พวกเขายังพอมีเวลาว่าง หลังจากซ้อมเสร็จก็มักจะมาเดินเตร่เที่ยวเล่นด้วยกันก่อนกลับอพาร์ทเมนท์เสมอๆ  ถึงแถวนี้จะไม่ใช่ย่านการค้า แต่ก็ยังพอมีร้านเล็กๆ อย่างร้านเบเกอรี่ ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ และร้านขายซีดีที่แวะบ่อยจนเรียกได้ว่าเป็นขาประจำ เพิ่งมีช่วงนี้เองที่ห่างไปเพราะกว่าจะเสร็จงานกลับมาร้านก็ปิดไปก่อนแล้ว

 

เด็กหนุ่มละสายตาจากหลอดไฟสีฟ้าสลับส้มเหนือศีรษะแล้วเหลือบมองคนเดินข้างๆ ด้วยความคิดหนึ่งที่ผ่านแวบเข้ามาในหัว บางทีนี่อาจจะเป็นอีกครั้งที่ความพยายามของเขาต้องไร้ผล แต่ยุนโฮก็ตัดสินใจว่าจะลองดู

 

"นายหิวรึยัง....ถ้ายัง เราแวะร้านพี่จินโมกันก่อนไหม"

 

"อืม ...ก็ได้"

 

แปลกใจอยู่บ้างที่แจจุงตอบรับง่ายเกินคาด แต่ยุนโฮก็ไม่ได้หยุดคิดนานเพราะหน้าตาของฝ่ายนั้นก็ดูจะยังไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

 

ในฐานะเป็นคนชวน เด็กหนุ่มร่างสูงเลยเป็นฝ่ายเดินนำไปยังร้านขายซีดีที่ห่างออกไปอีกสองสามก้าว ชะงักไปนิดเมื่อเห็นหน้าตัวเองมองตอบมาจากโปสเตอร์หลังบานประตูกระจก ก่อนจะผลักมันออกเพื่อให้คนตัวเล็กกว่าเข้าไปก่อน กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นเดิมที่คุ้นเคยกับเสียงเพลงของนักร้องสาวร่วมค่ายที่ดังแว่วมาทำให้ยุนโฮอดยิ้มไม่ได้ และก็ต้องเปลี่ยนจากยิ้มมาเป็นหัวเราะเมื่อชายร่างท้วมหลังเคาน์เตอร์หันมาเห็นพวกเขาเข้า

 

"โอ้โห นี่ยังมากันถูกอีกเรอะ นึกว่าลืมทางเข้าร้านนี้กันไปแล้วซะอีก"

 

"จะลืมได้ไงล่ะพี่จินโม ก็ซอยนี้มันทางกลับอพาร์ทเมนท์พวกผมนี่"

 

ยุนโฮประสานเสียงหัวเราะไปกับเพื่อนร่วมวงที่กระโดดหลบม้วนกระดาษกลมๆ ที่หนุ่มใหญ่ขว้างมาใส่ได้อย่างฉิวเฉียด ฮันจินโมหรือพี่จินโมเจ้าของร้านซีดีที่พวกเขามาสิงสถิตกันเป็นประจำตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ นอกจากจะเป็นคนอารมณ์ดีแล้วก็ยังใจดีให้พวกเขามาขลุกฟังเพลงในร้านกันได้ทั้งวันโดยไม่เคยบ่น เด็กฝึกหัดร่วมค่ายที่พักอยู่ในละแวกใกล้ๆ ก็เป็นขาประจำของร้านนี้กันทั้งนั้น

 

ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบรวมทั้งยอดขายซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาจนเป็นที่พอใจ แจจุงก็แยกไปดูมุมสินค้าใหม่ที่พี่ชายใจดีสละพื้นที่ให้หนึ่งแถวเต็มๆ ยุนโฮเองที่ชวนฝ่ายนั้นมาก็เพื่ออาศัยโอกาสนี้ให้ได้มีเรื่องคุยกันบ้าง แต่จะเดินตามไปตอนนี้เลยก็ยังเกรงใจหนุ่มใหญ่เจ้าของร้านที่ยังดูจะติดลมคุยไม่เลิก

 

"เออ ...วันก่อนแฟนเราก็เพิ่งแวะมาซื้อไปสองแผ่น นี่ขนาดแฟนตัวเองยังต้องให้เขาเสียตังค์ซื้ออีก จะงกไปหน่อย"

 

ยุนโฮเบือนสายตาจากร่างที่เดินตรงไปยังมุมหน้าร้านเพื่อหันกลับมามองหน้าคนถามด้วยความงุนงง มีเขายืนอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ต้องแปลว่าพูดกับเขาแน่ แต่เด็กหนุ่มไม่เข้าใจเลยว่าผู้แก่วัยกว่าหมายถึงใคร

 

"ทำเป็นงง ก็แฟนเราคนที่ผมยาวๆ ไง ชื่ออะไรนะ ....อึนเฮใช่มั้ย"

 

"อึนเฮไม่ใช่แฟนผม!!"

 

แทบจะตะโกนปฏิเสธก่อนดวงตาเรียวรีจะตวัดกลับไปทางหน้าร้านโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นร่างในเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งยังคงก้มๆ เงยๆ อยู่กับชั้นวางซีดีโดยไม่มีทีท่าว่าจะได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่

 

"เอาน่า ....กับพี่ไม่ต้องมาทำกั๊กหรอก รับรองไม่บอกใครอยู่แล้ว"

 

"ไม่ใช่จริงๆ พี่ ผมกับอึนเฮเป็นแค่เพื่อนกันเฉยๆ"

 

สายตายิ้มๆบอกความไม่เชื่อถือที่ส่งตอบกลับมา ทำให้ยุนโฮได้แต่ครางในลำคออย่างอ่อนใจ แต่ก็ไม่ได้นึกโทษอีกฝ่ายเพราะก็เป็นความผิดของเขาเองที่ทำให้เข้าใจผิด ช่วงก่อนเดบิวต์ที่คังอินแนะนำให้เขารู้จักกับคิมอึนเฮ รู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนจงใจทำตัวเป็นพ่อสื่อแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ แถมยังไปไหนมาไหนกับเด็กสาวคนนั้นอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะเข้าใจว่าคบกัน

 

พอนึกถึงเรื่องนี้ ยุนโฮก็คิดได้อีกอย่างว่าเขายังไม่ได้บอกคังอินให้ชัดเจนว่าไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับญาติของฝ่ายนั้นมากไปกว่าความเป็นเพื่อน ทั้งที่ก็ตั้งใจจะทำทันทีหลังคืนวันฉลองคริสต์มาสคืนนั้น แต่ตารางซ้อมและงานที่ประดังกันเข้ามาก็ทำให้ยุ่งจนเผลอลืมไป

 

ยุนโฮขยับถอยจากเคาน์เตอร์เมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามาถามหาแผ่นที่ต้องการจากชายเจ้าของร้าน เด็กหนุ่มผงกศีรษะเป็นเชิงขอตัวก่อนจะเดินไปยังมุมสินค้าใหม่ที่ใครบางคนยืนอยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมวงไม่ได้อยู่ลำพัง แต่ยังมีชายหนุ่มที่น่าจะแก่วัยกว่าพวกเขาสักสองสามปีอยู่ด้วย

 

"นี่ไง มาพอดีเลย"

Comment

Comment:

Tweet

แว้กกกกกกกก

ค้างค่ะค้างงงง!!!

ที่ว่ามาพอดีน่ะ อึนเฮใช่มั๊ยคะ?

ตายล่ะ แล้วแจจุงจะเข้าใจว่าไงเนี่ย?

ม่ายน้า~~~
รอมาอัพต่อนะคะ คิดถึงแล้วน้า

#15 By ::Aozora:: on 2010-06-29 23:11

อ๊ากกกกกกกกกกกกก ค้าง มา ต่อ เลย ค่ะ 555++
อยากรู้ คัย ที่ยืน อยู่ ตรงน้านนนนนน

#14 By tounoi_jaeja (203.146.6.86) on 2009-12-15 12:32

ดีค่ะ เรียกว่า re-write ได้ป่าว??
อ่านมาถึงตอนจะจบพาร์ท ถึงนึกออก

จะรอตอนต่อไปนะค่ะ

ไม่นานใช่มั้ย

ps : ชอบอ่านงานของไรเตอร์มากเลย
แต่ก่อนอ่านผ่านมือถือเลยไม่ได้เม้นท์ไร
ขอโทษด้วยคร้าบ~

#13 By dongjae su on 2009-11-09 21:08

เย้ๆๆๆดีใจจังเลยค่ะ นึกว่าจะไม่ได้อ่านฟิคต่อซะแล้ว เข้ามาดู เห็น blog เปลี่ยน BG ใหม่แทบจะกระโดด กู่ร้องด้วยฟามดีใจ(เว้อไปนิ๊ด ^^)ยังคงความน่ารักและสมจริงเหมือนเดิมเลยค่ะ อิอิ แถมยังต่อจาก first kiss ซะด้วย ขอบคุณน่ะค่ะ จะคอยติดตามต่อไปค่ะ

#12 By chocojunk (124.121.238.242) on 2009-08-05 16:50

ดีใจจัง กลับมาแล้ว รออยู่นานมากเลย
ชอบอ่านทุกเรื่องมาต่อไวๆ นะค่ะ
จะรออ่านนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

#11 By took (119.31.109.175) on 2009-07-25 07:45

ถึงจะบอกว่าจะแก้ใหม่หมดก็จะรออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#10 By klombog (124.120.55.217) on 2009-07-16 22:28

ได้อ่านต่อแล้ว
อยากรู้อีกแล้วว่ายุนจะแก้ไขยังไง

ว่าแล้วก็คิดถึงสมัยยังละอ่อนยังไม่หล่อล่ำอย่างเดี๋ยวนี้นะเนี่ย

#9 By little g (119.31.11.162) on 2009-07-11 12:13

อ่านไปแล้วก้อนึกถึงสมัยดงบังยังเป็นเด็กๆกันอยู่ น่ารักมากเลย

พอโตมาแต่ละคนก้อหล่อโฮกกกกก
แต่จะว่าไปก้อยังเล่นกันเป็นเด็กเหมือนเดิมหล่ะน้า 555

#8 By Fairytales (124.120.135.128) on 2009-07-08 22:05

ชอบอ่ะ ><
หนูชอบฟิคพี่จิงๆน้ะ

อ๊ากกกกกกกกกกกก
เขียนมาเถอะค่ะ หนูอ่าน 555

#7 By ♣ a м ρ н ε on 2009-07-06 11:34

พี่เปิ้ล น้องเกษเองนะคะ^^

ในที่สุดความฝันก็เป็นจริงซะที
พอเปิดแล้วเห็นว่าทีมมันเปลี่ยนไป
น้ำตาจะไหลกันเลยทีเดียว 55+

ต่อเร็วๆนะคะ

#6 By xiaoyi (114.128.7.10) on 2009-07-05 22:33

รอมานาน ในที่สุดก็มีการเคลื่อนไหวแล้ว
ดีใจจังเลย เปิดมาเห็นเปลี่ยนธีม ก็คิดแล้ว
ว่าต้องมีอะไรใหม่ ๆ มาอัพแน่ ๆ เลย

อ่าน First Kiss แล้วก็รอ First ต่อ ๆ ไป
อยู่น่ะ เพราะสนุกมากเลย มาต่อเร็ว ๆน่ะค่ะ
อย่าหายไปนานเลยน่ะ big smile

#5 By tiw_jaejoong (203.131.208.52) on 2009-07-03 18:25

ตระกูล เฟริสท์~ กลับมาเเว้วว
ในที่สูดด!
**********
อารัยๆคะท่าน ทำไมต้องน่าอิจฉาด้วยนิ อ้อมกอดคนสวยยังไงซะท่านขาของข่าวก็ต้องได้กอดอยู่เเล้ว อิอิ เอ้อ เเต่ก็ลืมไป สมัยนั้นยังเด็กอยู่ อิอิ ท่านขากล้าๆหน่อย นี่บ่าวก็ลุ้นไปด้วยนะเนี่ย สวยๆแบบนี้ ไปหาที่ไหนได้อีกค่ะท่าน โดนเเย่งไปอะเเย่เลยน้า~ ท่านชองสู้~!

ขอบคุณน้าค้าพี่เปิ้ลล~!
question question question
ไม่ได้อัพนานเเต่เยี่ยมเหมือนเดิมเลยค่ะ

#4 By (113.53.36.34) on 2009-07-03 00:38

รอมานานแล้วค่ะ
ดีใจมากเลย ในที่สุดก้อมีฟิค ตอนใหม่มาให้อ่านอีก
ชอบๆ ๆ ขอบคุณนะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้

.........
มาอัฟ เร็ว ๆ นะค่ะ
big smile

#3 By nbcassy (117.47.180.132) on 2009-07-02 23:42

ดีใจจัง ได้อ่านฟิคอีกแล้ว
อยากบอกว่าชอบมากๆทุกเรื่องเลยค่ะ
จะรอพาร์ทต่อไปนะคะ

#2 By minmania (119.42.85.76) on 2009-07-02 12:59

ถึงจะบอกว่าอาจจะถูกแก้ไม่เหลือเค้าเดิมในภายหลัง แต่ยังไงก็ขอลงคอมเม้นท์ไว้ก่อนล่ะกันนะคะ

ตอนที่อ่าน First Kiss จบตอนนั้นยังแอบคิดว่าจะมีเนื้อเรื่องต่อหรือเปล่า เพราะเนื้อเรื่องน่ารักมาก ทำให้อยากรู้เนื้อหาในตอนต่อไปจริงๆ และตอนนี้ก็สมหวังแล้ว ยังไงก็มาต่อตอนต่อไปเร็วๆ นะคะ รออ่านอยู่ค่ะ big smile