[SF] What's in a Kiss

posted on 22 Nov 2008 00:25 by almond-meringue in Short-Fiction-1
Title : What's in a Kiss

Author : lovejae  (Almond Meringue)

Couple : ??????

Rating : PG-15

Author's Note : ฟิกสั้นมาก หากกระพริบตาบ่อยอาจเกิดความงุนงงเพราะจะจบโดยไม่รู้ตัว 555+

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

What's in a Kiss

 

 

 

ห้าทุ่มยี่สิบสองนาที

 

ดวงตาเรียวรีละจากตัวเลขดิจิตอลสีแดงบนหน้าปัดนาฬิกาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ข้างตัวก่อนจะถอนหายใจแล้วคว้าเอาโทรศัพท์มาง้างเปิดฝาพับเพื่อจ้องมองดูภาพใบหน้ายามหลับของใครบางคนบนหน้าจอ เหลือบดูตัวเลขบอกเวลาที่ห่างจากเมื่อครู่เพียงเล็กน้อยแล้วก็อดไม่ได้ที่ต้องถอนหายใจอีกครั้ง เพราะนอกจากเวลากับรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆที่บอกว่าแบตตารี่ยังมีพลังงานบรรจุอยู่เต็มแล้ว พื้นที่ส่วนที่เหลือตรงมุมด้านบนของจอขนาดสองนิ้วนั้นก็ว่างเปล่า

 

.....ไม่มีทั้งสัญลักษณ์เตือนสายไม่ได้รับและไม่มีสัญลักษณ์เตือนข้อความใหม่

 

ร่างสูงโปร่งทุ่มตัวลงบนเตียงกว้างโดยไม่ละสายตาจากดวงหน้าพริ้มหลับเป็นสุขที่ถูกตั้งไว้เป็นวอลเปเปอร์ของหน้าจอโทรศัพท์ สองจิตสองใจว่าควรจะกดโทร.ออกไปยังเบอร์ด่วนที่ปลายนิ้วเลื่อนไปรอไว้ดี หรือจะเก็บโทรศัพท์แล้วปิดไฟนอนจึงจะดีกว่า

 

เขาอาจจะไม่นึกห่วงมากมายขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อตอนหัวค่ำ ผู้จัดการที่แสนดีโทร.มาบอกว่าเลิกกองเรียบร้อยแล้ว แต่จะต้องอยู่ร่วมงานเลี้ยงวันเกิดทีมงาน พร้อมสั่งโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาเอ่ยปากว่างานนี้ห้ามตามไปแจมด้วยเป็นอันขาด เพราะช่วงหลายวันมานี้เขา ‘บังเอิญ' ผ่านไปที่กองถ่ายบ่อยเกินไปเสียแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือขณะนี้ทีมงานทั้งกองอยู่ต่างจังหวัด คนที่เพิ่งเสร็จจากงานถ่ายเกมโชว์อย่างเขาไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะ ‘บังเอิญ' ขับรถไปได้ไกลขนาดนั้น

 

ถึงจะรู้ว่าในที่สุดผู้จัดการต้องหอบหิ้วเอาคนที่คงจะเมาได้ที่กลับมาถึงบ้านโดยปลอดภัย แต่ความกังวลใจที่ก่อตัวมาตั้งแต่ได้เห็นประกายบางอย่างในดวงตาของคนรักก่อนจะออกจากบ้านไปเมื่อเช้าทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แน่ใจด้วยว่าเข้าใจไม่ผิดว่าฝ่ายนั้นมีท่าทีคล้ายอยากจะบอกอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็กลับเก็บมันไว้ ทิ้งท้ายไว้แค่จูบลาที่ดูจะอ่อนไหวกว่าที่เคย ต่างจากสัมผัสอย่างหยอกเย้าในเช้าวันอื่นๆที่พวกเขาต่างต้องแยกกันไปทำงาน

 

อะไรกันหนอที่กวนใจฝ่ายนั้นอยู่?

 

อันที่จริงเขาก็เดาคำตอบไว้แล้วหนึ่งอย่าง อยากจะแน่ใจด้วยว่าคือเหตุผลนั้น และก็อ่อนใจเหลือเกินกับคนช่างคิดกังวลทั้งที่พวกเขาก็คุยกันเรื่องนี้มาแล้วหลายรอบ

 

ดูท่าว่าเขาจะยังทำให้ฝ่ายนั้นมั่นใจได้ไม่มากพอ

 

ปลายนิ้วเรียวยาวอย่างที่ใครบางคนมักแกล้งเอาไปใช้บรรยายถึงลักษณะของ ‘คนรักในอุดมคติ' อยู่บ่อยๆ กดจิ้มไปบนภาพหน้าจอโทรศัพท์ หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ในใจว่าพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา เขาจะต้องลงโทษคนไม่ยอมเชื่อใจกัน และคงไม่ทำแค่เอานิ้วจิ้มแก้มอย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้แน่ๆ

...

...

...

...

หนัก

 

หายใจไม่ออก

 

สัมผัสเปียกชื้นบนใบหน้ากับลมหายใจเจือกลิ่นแอลกอฮอล์

 

ทั้งหมดนี้ทำให้คนที่เพิ่งจะเคลิ้มหลับไปได้ไม่นานลืมตาตื่นด้วยความงุนงง และยิ่งงงมากขึ้นเมื่อลำดับได้ว่าสาเหตุของอาการที่ว่า เกิดจากการมีใครบางคนขึ้นมานั่งทับร่างเขาเอาไว้ พร้อมกับกำลังใช้ปากนุ่มๆพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเขาไม่ยอมหยุด

 

"เดี๋ยวๆ ...นี่จะลักหลับกันรึไงเนี่ย"

 

เด็กหนุ่มร่างสูงยันตัวขึ้น ส่งผลให้คนที่ปีนขึ้นมานั่งคร่อมเลื่อนลงไปกองที่ตัก ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟก็รู้ว่าคนที่เปลี่ยนจากการระดมจูบมาเป็นการเอาใบหน้าเกลือกกลิ้งไปมาบนไหล่เขาเป็นใคร

 

"เป็นอะไรไปหืมม์ ...เหนื่อยเหรอ"

 

กระซิบถามอย่างเอาใจพลางลูบหลังลูบไหล่ที่ช่วงนี้เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย นึกขุ่นใจผู้จัดการขึ้นมานิดๆ ที่ปล่อยให้คนของเขาดื่มจนเมาขนาดนี้ ทั้งที่รับปากดิบดีว่าจะดูแลให้เท่าๆกับที่เขาทำ

 

"ฉันพาไปอาบน้ำดีมั้ย จะได้นอนสบายๆ"

 

ว่าแล้วก็ขยับตัวเพื่อจะช้อนร่างในอ้อมแขนขึ้น แต่ก็ถูกท่อนแขนของอีกฝ่ายรัดเอาไว้อย่างแนบแน่น ในหน้าเรียวซุกซบมาที่คอแทนคำปฏิเสธไม่ยอมไป ส่งผลให้ดวงตาที่เริ่มชินกับความมืดต้องเหลียวมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ที่ผ่านๆมา แม้คนรักของเขาจะเปลี่ยนจากคนช่างพูดชอบกลั่นแกล้งชาวบ้านมาเป็นแมวน้อยขี้อ้อนเวลาเมาก็จริงอยู่ แต่ก็เป็นลูกแมวในโหมดช่างยั่วเย้ามากกว่าจะเป็นลูกแมวผสมลูกลิงที่เกาะแน่นติดหนึบแบบนี้

 

"เป็นอะไรหืมม์"

 

ถามย้ำคำเดิม แต่คำตอบที่ได้มีเพียงการสั่นศีรษะ เด็กหนุ่มจึงแนบจูบเบาๆบนเรือนผมนุ่ม ลูบไหล่อีกฝ่ายพลางโยกตัวน้อยๆ เพื่อปลอบประโลมก่อนกระซิบถามซ้ำ

 

"เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนบอกมาเถอะ นายเอาแต่เงียบแบบนี้ฉันกลุ้มใจรู้มั้ย"

 

"........."

 

"อะไรนะ พูดอีกทีซิ"

 

".....นายโกรธฉันรึเปล่า"

 

"ฉันเหรอโกรธนาย ....โกรธเรื่องอะไร"

 

"ก็...วันนี้ฉันเลิกเร็ว แต่ไปกับทีมงานต่อ"

 

เด็กหนุ่มผู้ตกเป็นเบาะรองนั่งชั่วคราวหัวเราะแผ่วๆพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาระใบหน้าเรียวละมุนออกไป แสงสีเงินยวงของคืนเดือนหงายส่องผ่านประตูกระจกบานยาว จับเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่เอาแต่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้น

 

"ไม่โกรธหรอก พี่จินโทร.มาบอกแล้วว่ามีฉลองวันเกิดทีมงาน ....แต่...แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆน่ะ"

 

ประโยคท้ายเป็นความตั้งใจจะเปิดทางให้เพราะรู้ว่าที่อีกฝ่ายต้องการจะพูดจริงๆ ไม่ใช่แค่การเถลไถลไปกับทีมงานอย่างที่บอก

 

"ฉัน....วันนี้ฉัน....วันนี้ฉันถ่ายซีนนั้นไปแล้ว"

 

เริ่มต้นอย่างติดขัด แต่สุดท้ายกลับพูดเร็วปรื๋อราวกับเด็กน้อยสารภาพผิดต่อหน้าผู้ปกครองจอมเฮี้ยบยังไงยังงั้น ความขบขันในท่าทางและเรื่องที่คาดเดาไว้อยู่แล้วทำให้คนฟังเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

 

‘ซีนนั้น' คงจะเป็นซีนไหนไปไม่ได้นอกจากซีนที่ทำให้ผู้ใหญ่ในบริษัทต้องล้อมวงถกเถียงกันถึงความเหมาะสมด้านภาพพจน์และปฏิกิริยาตอบรับของแฟนเพลง จนท้ายที่สุดเมื่อพิจารณาร่วมกับความตั้งใจเดิมที่ต้องการให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นทั้งด้านงานเพลงและภาพลัษณ์ที่ประชุมจึงมีมติให้รับงานนี้และเข้าฉากใน ‘ซีนนั้น' ได้

 

.....แต่นั่นก็ทำให้คนที่ต้องรับบทแสดงในฉากที่ว่ากังวลใจมากมาย ทั้งกลัวจะทำได้ไม่ดี ....และกลัวจะทำให้เขาโกรธ

 

"โธ่ ...ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่โกรธ ...นายทำงานฉันจะโกรธได้ไง"

 

นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาบอกอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรก และก็ย้ำให้มั่นใจในทุกครั้งที่ได้รับการเลียบเคียงถาม ....หากแต่วันนี้ ....ประกายตาที่สะท้อนแสงจันทร์บอกกับเขาว่านั่นคือคำตอบที่ต้องการ ....แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด ....ยังมีช่องว่างเหลือที่เขายังเติมคำไม่สมบูรณ์

 

"ไม่โกรธจริงๆ นะ..."

 

อาจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายถามในขณะที่สติครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ จึงเป็นครั้งแรกที่คนฟังได้สัมผัสถึงความแง่งอนที่แอบแฝงอยู่ลึกๆในนั้น

 

"อืม ไม่โกรธจริงๆ...." เด็กหนุ่มร่างสูงโอบแขนคล้องร่างที่ขยับจะลุกออกจากตักไว้ไม่ให้ไปไหนก่อนจะกล่าวเสริม "แต่ฉันก็ ....อิจฉา...หวงนายด้วย"

 

"ฉันขอโทษ...."

 

น้ำเสียงในถ้อยคำนั้นแทบจะปิดความพึงพอใจเอาไว้ไม่มิด แต่คนฟังก็ไม่กล่าวทัก และยิ่งไม่ปฏิเสธเมื่ออีกฝ่ายไล้ปลายจมูกเข้ากับจมูกของเขาเบาๆ

 

"หายงอนรึยัง"

 

ไม่รู้ว่าคำถามนี้ใครควรเป็นคนถามกันแน่ แต่ในเมื่อคนที่กำลังง้อยังคลอเคลียอยู่บนตักไม่ห่าง ฝ่ายถูกง้อเลยยินดีจะได้รับการเอาใจต่อ

 

"นายต้องปลอบใจฉันมากกว่านี้หน่อยสิ.....ไหน วันนี้ถ่ายไปกี่เทค"

 

"เอ่อ ...ก็....สามเทค"

 

"สามเทค ...งั้นก็สามครั้งนะ"

 

ฉับพลันคนที่นั่งอยู่ด้านล่างก็พลิกตัวขึ้นเป็นคนทาบทับอยู่ด้านบน คนตกเป็นเบี้ยล่างเองก็ไม่ได้ร้องอุทรณ์และไม่แม้แต่จะเอนหลบเมื่อปลายจมูกโด่งซุกไซร้เข้ากับลำคอแรงๆอย่างจะแกล้ง

 

"ไหนบอกจะพาไปอาบน้ำไง"

 

"อืม ยังไม่ต้องหรอกน่า อาบตอนนี้เดี๋ยวก็ต้องอาบอีก"

 

ให้เหตุผลแค่นั้น เด็กหนุ่มที่นั่งเครียดมาตั้งแต่หัวค่ำก็ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นอีกนอกจากผิวกายหอมหวานของคนที่หัวเราะคิกคักอยู่ใต้ร่าง แต่ก็ไม่ลืมเตือนตัวเองว่านอกจากทำให้มั่นใจแล้ว สำหรับคนของเขาคงต้องเพิ่มอะไรลงไปอีกนิดหน่อย ....

 

 

-FIN-

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

จบแล้ว !!!!!!  อะไรมันจะสั้นขนาดนี้เนี่ย 555+

ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่อ่านแล้วก็รู้ล่ะเนอะว่าสองคนในความมืดนี้เป็นใคร อิ อิ อยากลองเขียนเรื่องสั้นแบบไม่มีที่มาที่ไปแบบนี้มาตั้งนานแล้วค่ะ อยากให้ออกมาอารมณ์เหมือนเราไปซุ่มโป่งแอบดูอยู่ข้างๆ แต่ว่าเรื่องนี้มันมืดแล้วก็ไม่ได้เปิดไฟ ฉากที่เหลือต่อมาก็เลยมองไม่เห็น เอ๊ย ไม่ใช่ล่ะ จริงๆคือเขียน NC ไม่เป็นค่ะ

ไม่รู้จะมีคนคุ้นหน้าเข้ามาอ่านกันมั้ยน้อ งือ แต่ก็ขอโทษไปเลยก็แล้วกันนะคะ ที่บอกว่าจะมาลงฟิกสั้นตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่ได้ลงสักที ขอโทษเป็นพิเศษสำหรับคุณเอสด้วยที่เคยบอกกว่าจะลงยูซูก่อนหนึ่งเรื่อง (ไม่รู้จะเข้ามาอันนี้มั้ย หรือจะจำได้รึเปล่า แต่ก็ขอโทษนะค้า) คือเรื่องที่ว่าจะลงก่อนสองเรื่องนั้นก็เขียนไปแล้วอย่างละครึ่งเรื่องนะคะ แต่จู่ๆมันก็สะดุด เขียนต่อไม่ได้ไม่รู้ทำไม อีกอย่างช่วงนี้นอกจากจะงานเข้าแล้วยังพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกด้วยค่ะ อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ส่วนฟิกเรื่องนี้เนี่ยเป็นฟิกชั่ววูบขนานแท้เลยค่ะ เกิดจากการไปอ่านอะไรมาบางอย่างแล้วก็จี๊ดลุกขึ้นมานั่งพิมพ์ แหะ ออกมาเป็นฟิกเบลอๆ อันนี้ ยังไงก็ถือว่าอ่านแก้ขัดไปก่อนละกันเน้

หายไปนานแต่ก็คิดถึงทุกคนอยู่เสมอนะคะ เคลียร์เรื่องส่วนตัวกับปั่นครึ่งที่เหลือเสร็จเมื่อไหร่แล้วเจอกันค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมาก..กกกกกก
หวาน น่ารัก น่าเอ็นดู บอกไม่ถูก เหมือนรวมๆ กันแล้วคลุกเคล้าจนได้ที่ เสริฟออกมาให้ผู้คนได้ลิ้มลอง รสชาดเลยกำลังพอดี

น่ารักอ่ะ.....^^

#14 By pure_ka (171.97.21.251) on 2012-01-01 18:08

สนุกและก้อน่ารักเหมือนเคย เลยนะค่ะ
ไม่ผิดหวังเลย สมการรอคอย

น่ารักมากกกกก ยุนแจ is real

ขอบคุณนะค่ะที่เอาความสุขมาแบ่งปันกันconfused smile

#13 By always keep the faith (222.123.178.107) on 2009-05-06 02:02

อ่านไปก็อมยิ้มไปนะ อ่านฟิกบล็อคนี้ทีไรอารมณ์ดีทุกครั้งเลยเชียว แถมอินจัดประหนึ่งแอบเฝ้าสองคนนี้อยู่ก็ไม่ปาน

คนแกล้งงอนก็ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ อืมม์ แต่อีกคนก็ดูจะเต็มใจง้อแฮะ สรุปคนอ่านชอบ

#12 By muxiangxiang (222.123.59.127) on 2009-01-30 21:45

สาบานได้ว่าเข้ามาบล็อกพี่เปิ้ลบ่อยมาก เเต่ไมเห็นเรื่องนี้ ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ โอ้ววว -*- พลาดเเล้ว!!!
.................
แหมๆ ถ้าได้อ่านตั้งเเต่ช่วงที่ท่านตามสวยไปจริงๆ อารมร่วมคงไปได้มากกว่านี้ เพราะช่วงนี้นั้นก็จิ้นไปเองเหมือนกันว่ามันจะออกไปเเนวไหน คิกๆ แปะๆเลยค่ะพี่เปิ้ล คิดเสมอเเละเชื่อว่า 'ซีนนั้น' ของสวย ท่านชองของสวยต้องเอาคืนเเน่ๆๆ กี่เทคก็ว่าไป คิกๆๆ ><''.....แหมๆ พี่เปิ้ลเป็นยุงไปบินๆข้างๆ 2 คนน้านอะป่าว เรื่องจริงใช่ไหมที่เอามาเขียนเนี่ยๆๆๆ งี้สสสส!!! สาธุๆๆๆ!!
SF หวานอีกเเล้ว สั้นๆเเต่ได้ใจความ ชอบงานเขียนพี่เปิ้ลทุกงานคร่า!! สุ้ๆนะคะ รอเสมอค่ะ!

Yours,
Minnie~

#11 By Minnie~ (125.24.209.72) on 2008-12-27 21:54

แม้จะสั้นแต่ก็หวานน่ารักกำลังดีเหมือนเคยค่ะ
อัพเดตมากๆๆๆ เพราะก็เพิ่งไปรู้มาเหมือนกันว่ามะหมีเค้าตามน้องแจไปที่กองถ่ายบ่อยๆ ทำให้สามหนุ่มสามมุมที่เหลือต้องยกโขยงไปออกเกมโชว์แทน ส่วนเลิฟซีนที่น้องแจต้องแสดงน่ะ แค่นี้จิ๊บๆใช่มั้ยหมี
อยากรู้จริงๆเลยน้าว่าเวลาสองคนนั่นเค้าคุยกันเรื่องนี้จะเป็นอย่างที่เขียนนี่รึเปล่า ถ้าเป็นจริงก็ดีสิเนาะ คริ คริ
รออ่านครึ่งที่เหลือเสมอค่ะ

#10 By นาง (117.47.225.160) on 2008-12-22 23:51

สวัสดีค่ะ
ห่างหายกับการเม้นที่นี่ไปนานมากๆ
ชอบตอนนี้จัง
ที่จริงอยากให้ยุนโฮต้องซิ่ง Lexus ไปหาเลยค่ะ
อิๆ

ขอบอกว่าอ่านไม่กะพริบตาเลยค่ะ

#9 By mayly (114.128.41.128) on 2008-12-15 00:20

มาลงอีกแล้วแล้ว...พี่เปิ้ล

เข้ามาดูพอดีเลย^^

#8 By Niii (119.42.82.71) on 2008-11-30 10:14

หายไปนานเลยนะเปิ้ล
พี่หมั่นแว่บเข้ามาที่บล๊อกนี้บ่อย ๆ
ดีใจที่หนูมาลงฟิคใหม่
ถึงจะสั้น แต่ก็กระชับนะ

#7 By poompuice on 2008-11-27 22:01

คึคึ...

คึคึคึ...*ยิ้มโรคจิต*


เค้าชอบเป็นถ้ำมองล่ะ..>_<


ฟิคน่ารักอีกแล้ว.. แม้มันจะยาวไปหน่อย พยายามกระพริบตาน้อยๆแล้วด้วย(เค้าไม่ได้ประชดนะ สาบาน~!!>O<)
เค้าชอบยุนโฮตอนดูโทสับ เค้าชอบแจจ๋าตอนเมาแล้วอ้อน ><
เค้าชอบยุนโฮตอนมีแจจ๋าอยู่บนตัก เค้าชอบแจจ๋าตอนจุ๊บๆๆๆๆไปทั่วหน้ายุนโฮ ><
เค้าชอบคำว่า"ไม่โกรธจริงๆนะ"ของแจจ๋า ><
และเค้าก้อค่อดชอบคำว่า"สามเทค ...งั้นก็สามครั้งนะ"ของยุนโฮ~~!!>///<(อันนี้แสดงถึงความหื่นไปหน่อยแฮะ)

ฟิคน่ารักมาก อ่านแล้วยิ้มแก้มแตก
สุดท้าย"ซีนนั้น"ก้อทำไรยุนแจไม่ได้ร๊อก..เค้ารู้~~ 555+

คิดถึงคุณเลิฟแจเนะ..เค้าก้อไม่ค่อยได้อ่านฟิคบ่อยแล้ว -*-
ตะจะพยายามเข้าบล็อกนี้บ่อยๆเน่อ..สู้ๆค่า~ V^O^V

#6 By onye_jeeyul (125.24.152.15) on 2008-11-27 09:36

น่ารักจิงค่ะ ที่แท้เก๊าะอยากให้หึงนี่เอง ก็ถ้าม่ะหึงเก๊าะจาเหมือนไม่รักกานช่ายไหมหล่ะจ้ะคนสวย...อิอิ มิมีใครรู้จายเท่าคนๆน้านอีกแว้ว

#5 By (124.121.149.60) on 2008-11-23 19:20

อ่านแล้วอบอุ่นเป็นที่สุด
ชอบจังเลยค่ะตอนที่
แจจุงจุบไปทั่วหน้ายุน
เป็นฉากที่บรรยายถึง
ความรักและคิดถึงยังไงไม่รู้
(อั้นนี้เป็นความเข้าใจของตัวเอง)
ขอบคุณสำหรับฟิกดีๆนะค่ะ(โค้ง)

#4 By wikuln (58.8.107.229) on 2008-11-22 16:21

วันนี้แวะมาเม้นในนี้บ้างนะคะ
ฟิกครั้งนี้ชวนสยิวได้เหมือนกันนะเนี่ย
ตั้ง3ครั้งแน่ะ^^

#3 By kratai on 2008-11-22 10:20

โอ้ววว ดีใจค่ะ
เข้ามาเฝ้าบล็อคนี้ทุกวัน
กรี๊ดแตกเหมือนกันตอนอ่าน"อะไรบางอย่าง"
สู้ๆนะคะbig smile

#2 By (118.173.82.207) on 2008-11-22 09:31

มาลงฟิคซะทีนะค่ะ

รอยุเลย...

น่าร๊ากกกกกก^^

#1 By Niii (61.7.147.254) on 2008-11-22 01:04