[Fic]The Day We Find Love Special III: Kiss Day Attack!!

posted on 13 Oct 2008 21:47 by almond-meringue in The-Day-We-Find-Love
 

Title : The Day We Find Love

Author : lovejae  (Almond Meringue)

Couple : Yunho x Jaejoong, Yuchun x Junsu

Rating : PG-15

Author's Note : กระทู้สุดท้ายของฟิกนี้แล้ว T^T

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

Kiss Day Attack !!

 

 

 

 

แจจุงกำลังงอนเขา ....หรืออาจจะถึงขั้นโกรธ

 

ยุนโฮแน่ใจอย่างนั้น และก็คิดว่าเข้าใจเหตุผลด้วย

 

"แจจุง ....."

 

เด็กหนุ่มลงนั่งตรงที่ว่างข้างคนรักแล้วเอ่ยเรียกเป็นครั้งที่สอง แต่นอกจากแจจุงจะไม่ตอบ ยังหยิบเอาไอพอดขึ้นมาเสียบหูฟัง เร่งเสียงดังจนแม้แต่เขาเองยังพลอยได้ยินเพลง Unforgettable ไปด้วย ยุนโฮหันไปส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมวงที่ก็ยอมเข้าใจกันง่ายๆ ด้วยการพากันหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน

 

"งั้นพวกผมไปรอที่สตูดิโอแล้วกันนะพี่ยุนโฮ"

 

ยุนโฮพยักหน้าขอบใจน้องชายสามคนที่พร้อมใจกันเปิดโอกาสให้ รอจนชางมินที่กดล็อคประตูให้เสร็จสรรพคล้อยหลังไปจึงขยับเข้าไปใกล้ร่างบาง วางใจขึ้นว่าอย่างน้อยแจจุงก็ไม่ได้ลุกตามคนอื่นๆไป แปลว่าคงไม่ถึงกับโกรธ แค่งอน และก็กำลังรอให้เขาง้อ

 

"แจจุง โกรธฉันเรื่องอะไร"

 

แม้จะพอรู้สาเหตุแต่เด็กหนุ่มก็ทำเป็นว่าไม่รู้ เอ่ยถามอย่างง้องอนด้วยหวังให้อีกฝ่ายใจอ่อนเหมือนอย่างเคย ทว่าคราวนี้แจจุงกลับยังเอาแต่เฉย จะว่าไม่ได้ยินก็ไม่น่าใช่ เพราะเสียงเพลงดังสนั่นที่ลอดผ่านออกมาจากหูฟังเงียบไปตั้งนานแล้ว

 

"ว่าไง โกรธฉันเรื่องอะไร หือม์"

 

ยุนโฮจงใจกดปลายจมูกลงบนผิวแก้มเนียนเมื่อกระซิบย้ำคำถามเดิม ดวงหน้าเรียวเบือนหลบพลางใช้มือดันเขาอย่างไม่จริงจังนัก เด็กหนุ่มจึงรวบมือนุ่มมาจูบเบาๆ แต่รอแล้วรอเล่าก็ดูท่าว่าไม้อ่อนจะใช้ไม่ได้ผล ยุนโฮเลยต้องเปลี่ยนไปใช้ไม้แข็งด้วยการคว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด จูบแก้มใสแรงๆ แล้วแกล้งซุกไซร้ปลายจมูกเข้าที่ลำคอ จิ้มนิ้วใส่เอวเล็กคอดตรงที่รู้ว่าเป็นจุดอ่อนให้เจ้าตัวยิ่งดิ้นขลุกขลักไปมาในอ้อมแขน

 

"โอ๊ย พอแล้ว บอกแล้ว ....."

 

ยุนโฮคลายแรงกอดรัดเพื่อปล่อยให้แจจุงหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้เต็มที่  ผิวแก้มเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดกับผมยุ่งๆที่เจ้าตัวกำลังพยายามใช้มือลูบให้มันกลับมาเรียบร้อยดังเดิม ทำให้ดวงหน้านั้นยิ่งดูน่ารักจนเด็กหนุ่มอดใจไม่ไหว ต้องแนบริมฝีปากเข้ากับผิวแก้มเนียนอีกที กลิ่นกายหอมกรุ่นกับผิวเนื้ออุ่นนุ่มในอ้อมแขน ทำให้นึกอยากจะฝังใบหน้าเข้ากับลำคอเรียวระหงและเก็บเกี่ยวความหวานหอมให้สมใจ แต่ก็ต้องสะกดตัวเองเอาไว้เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่เหมาะสม และอีกไม่ถึงสิบข้างหน้าพวกเขายังจะต้องออกไปปรากฏตัวต่อหน้านักข่าวมากมายเพื่อให้สัมภาษณ์ หากเผลอทำให้เกิดรอยฟ้องไว้ คนที่จะต้องอายก็ไม่ใช่เขาแต่เป็นแจจุง

 

"ว่าไง ตกลงนายโกรธฉันเรื่องอะไร"

 

"ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย"

 

คราวนี้แจจุงสะบัดหลุดออกจากอ้อมกอด แล้วถอยกรูดไปติดมุมโซฟา ดวงตากลมโตแวววาวบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวโกรธจริง ยุนโฮเลยต้องยอมแพ้

 

"มันเป็นแค่งานนะแจจุง พี่จินก็ไปด้วย แล้วก็ยังมีทีมงานของทางเขากับทางเราอีกตั้งหลายคน ฉันไม่ได้ไปกับเขาตามลำพังนะ...."

 

"ฉันไม่ได้โกรธเรื่องนั้น นายจะไปกับใครก็ช่างนายสิ"

 

ยุนโฮฟังคำคนบอกไม่สนที่กำลังทำปากยื่นเชิดหน้าไปทางอื่นแล้วได้แต่ลอบยิ้มขำ

 

ตั้งแต่เมื่อเช้าที่พวกเขามาถึงฮ่องกง แจจุงก็ร่าเริงมากที่ได้กลับมาเยือนที่นี่อีกหลังจากไม่มีโอกาสได้มานาน ยิ่งรู้ว่าบ่ายนี้พวกเขามีเวลาว่างมากพอจะออกไปเดินชอปปิ้ง  เจ้าตัวก็ยิ่งหน้าตาสดใสขึ้นอย่างมากมาย

 

....จนกระทั่งผู้จัดการเอางานนอกตารางที่เพิ่งถูกเสนอเข้ามาให้ดู

 

งานที่ว่านี้คือการถ่ายสกู๊ปออกเดทกับหนุ่มโสดในฝันหรืออะไรทำนองนั้น จากที่ฟังคำแปลมาเป็นภาษาเกาหลี และคนที่จะต้องไปร่วมงานก็คือเขา ที่ก็ไม่รู้ไปติดโพลของฮ่องกงเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สรุปคือเขาจะต้องไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกับดาราสาววัยรุ่นชื่อดังของเกาะฮ่องกง จากนั้นก็พาเจ้าหล่อนไปดื่มกาแฟและซื้อของ โดยทั้งหมดที่ว่านี้มีสคริปต์เขียนกำหนดเอาไว้แล้ว เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องหันไปหาล่ามทุกครั้งที่ต้องฟังว่าดาราสาวพูดว่าอะไร

 

หลังจากฟังแผนงาน แจจุงก็เปลี่ยนจากตอนแรกราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ จากหน้าตาสดชื่นก็กลับกลายเป็นเอาแต่นิ่งไม่ยอมพูดจา แบบนี้จะไม่ให้คิดได้ยังไงว่าเจ้าตัวโกรธที่เขาต้องไปเดทกับคนอื่น

 

"งั้นนายโกรธฉันเรื่องอะไรล่ะ

 

ยุนโฮอยากจะเย้าว่าหรือโกรธเพราะไม่ได้เป็นหนุ่มโสดในฝันแล้วไปเดทกับสาว แต่ก็รู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของคนรักไม่อยู่ในระดับที่จะแกล้งล้อเล่นได้

 

"ก็นายน่ะ....สัญญาแล้วนี่ว่าเลิกงานแล้วจะพาฉันไปซื้อของ"

 

"ตกลงนายโกรธที่อดช้อป?"

 

เด็กหนุ่มทวนย้ำก่อนจะเลื่อนตัวเข้าไปหาคนร่างบางที่หมดทางหนี เพราะเมื่อกี้เจ้าตัวถอยมาจนสุดมุมแล้ว

 

"งานไม่นานหรอก ทีมงานทางโน้นบอกว่าคงไม่เกินสามชั่วโมง นายออกไปกับพวกน้องๆก่อนก็ได้ พอเสร็จแล้วฉันจะรีบตามไป"

 

แจจุงยังเม้มปากแน่น แต่ก็ไม่ว่าอะไรและไม่บ่ายเบี่ยงเมื่อเขารั้งตัวเข้ามากอด

 

อันที่จริงยุนโฮก็ยอมรับว่าพอใจอยู่ลึกๆที่รู้ว่าคนรักหวงแหนในตัวเขา แต่ก็ไม่อยากให้ฝ่ายนั้นไม่มีความสุข งานของพวกเขาบางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใกล้ชิดกับคนอื่นบ้าง แต่ก็คิดว่าแจจุงเองก็คงเข้าใจ จึงไม่ได้ต่อว่ามากมายนอกจากแสดงให้รู้ว่าน้อยใจเท่านั้น

 

"วันนี้เราไปวิคตอเรียพีคกันไหม คราวก่อนนายว่าจะไปเที่ยวริปลี่ย์แล้วก็ไม่ได้ไปนี่"

 

ศีรษะทุยสวยที่เอนซบอยู่บนไหล่ผงกรับหงึกหงัก ยุนโฮจึงโอบร่างบางให้ยิ่งแนบกระชับแล้วโน้มตัวลงไปเล็มไล้ริมฝีปากอ่อนนุ่มเบาๆ

 

ไม่รู้ว่าแจจุงจะรู้รึเปล่าว่าวันนี้เป็นวันคิสเดย์ แต่ก็อาจจะไม่ก็ได้เพราะเขาเองยังเพิ่งรู้ตอนเห็นยูชอนกับจุนซูแอบจูบกันในรถตู้ตอนไปสนามบินเมื่อเช้านี้เอง

 

ยุนโฮจำได้ว่าแจจุงเคยพูดเล่นๆ เมื่อนานมาแล้วตั้งแต่ตอนเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นใหม่ๆ    ว่าเจ้าตัวอยากจะจูบกับคนรักที่ใจกลางชิบูย่าในวันคิสเดย์ ตอนนั้นเขาอยู่ในฐานะคนแอบมองเลยได้แต่นึกอิจฉาคนที่จะได้เป็นเจ้าของริมฝีปากคู่นั้น ไม่เคยนึกฝันเลยว่าในที่สุดจะมีวันนี้ เสียดายก็ตรงที่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น

 

เด็กหนุ่มถอนตัวจากเรียวปากหอมหวานอย่างแสนเสียดายเมื่อแว่วเสียงเคาะประตู แต่ก็แอบเก็บกี่ยวกลิ่นหอมๆจากเรือนผมนุ่มเมื่อฉุดดึงคนรักให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน

 

"สัมภาษณ์เสร็จเรายังว่างอีกหน่อย จะลงไปเดินห้างข้างล่างตึกกันก็ได้เอามั้ย"

 

"ไม่เอาหรอก นายต้องท่องสคริปต์ด้วยนี่ รอไว้ไปวิคตอเรียพีคทีเดียวดีกว่า"

 

ยุนโฮให้รางวัลคนรักด้วยจูบเบาๆอีกครั้ง ก่อนจะตัดใจอย่างจริงจังว่าพวกเขาต้องออกไปทำงานกันแล้ว พยายามคิดตามที่แจจุงบอกว่ารอไว้ตอนไปวิคตอเรียพีคดีกว่า

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

พวกเขาเดินวนไปวนมาอยู่ในห้างนี้ครบสามชั่วโมงแล้ว!!!!

 

แจจุงถอนสายตาจากนาฬิกาที่ไม่รู้ว่าดูไปแล้วกี่รอบ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เคยทำมาก่อนในระหว่างช็อปปิ้ง ที่ผ่านๆ มามีแต่เลือกของจนเลยเวลา แต่คราวนี้แทบจะหมุนเข็มนาฬิกาให้มันเดินเร็วๆเสียเอง

 

"พี่แจจุงว่าตัวนี้เป็นไง"

 

ดวงตากลมมองดูเสื้อสีน้ำเงินพิมพ์ลายที่ยูชอนจับไปวางทาบกับไหล่ของเจ้าโลมาน้อยแล้วก็ได้แต่พยักหน้า เหมือนๆที่ทำกับอีกหลายตัวที่ยูชอนหยิบให้ดูก่อนหน้านี้

 

แจจุงยืนดูยูชอนเลือกเสื้อให้จุนซูอยู่ตรงนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว สิ่งที่ทำก็คือพยักหน้ารับไปตามแกน ยูชอนเป็นคนมีเซ้นส์ดีอยู่แล้ว เขาก็เลยแทบไม่ต้องมองเลยด้วยซ้ำเมื่อเอ่ยปากตอบว่า ดี สวย เหมาะ หรืออะไรทำนองนั้น

 

"แต่รุ่นนี้คงต้องลอง ไม่งั้นไม่รู้ว่าใส่แล้วไหล่จะหล่นรึเปล่า"

 

"อืม งั้นเดี๋ยวฉันมานะ"

 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปช่วยด้วย นายติดกระดุมข้างหลังเองไม่ได้หรอก"

 

"ยังไม่ต้องติดก็ได้นี่ สวมดูก่อนเฉยๆก็พอ"

 

"งั้นจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ามันพอดีรึเปล่า"

 

ร่างบางก้าวถอยห่างออกมาเมื่อยูชอนเริ่มเกลี้ยกล่อมจุนซูอย่างจริงจังว่าจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าไปช่วยในห้องลองเสื้อด้วย แต่ถ้าดูจากหน้าตาตื่นๆของเจ้าโลมาน้อยแล้ว    เขาว่างานนี้ยูชอนคงจะอด

 

ช่วงหลังๆ มานี้ ยูชอนดูจะแสดงความสามารถในการหาโอกาสได้บ่อยมากๆ อย่างเมื่อเช้าตอนอยู่ในรถตู้เขาได้ยินยูชอนพูดถึงวันคิสเดย์แว่วๆ พอเอากระจกขึ้นมาส่องดูผมก็เหลือบเห็นในเงาสะท้อนว่าสองคนที่นั่งอยู่ข้างหลังจูบกันไปซะแล้ว นี่ถ้าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก เขาก็คงไม่ต้องใช้เวลานานและก็รู้เป็นคนสุดท้ายในกลุ่มว่าสองคนนี้คบกัน

 

แจจุงก้าวออกจากร้านเสื้อแล้วต่อด้วยร้านแว่นตาที่อยู่ใกล้กัน เข้าไปจับๆ ลองๆ แว่นกันแดดคอลเลคชั่นใหม่ของหน้าร้อนแต่ก็ยังไม่ถูกใจ อาจเพราะความเคยชินที่ปกติจะต้องมีใครบางคนช่วยดูช่วยติชม พอมาดูคนเดียวก็เลยไม่สนุกเหมือนเคย

 

ความจริงแจจุงวางแผนเกี่ยวกับวันนี้เอาไว้หลายอย่าง เพราะนึกว่าจะมีเวลาว่างตลอดทั้งบ่าย ตั้งใจจะชวนยุนโฮไปวิคตอเรียพีคที่คราวก่อนไม่กล้าไปด้วยความกลัวในบรรยากาศโรแมนติก แต่ครั้งนี้แจจุงต้องการความโรแมนติกนั่นมากๆ ให้สมกับเป็นวันคิสเดย์ครั้งแรกของเขากับยุนโฮ

 

ตอนไปญี่ปุ่นใหม่ๆ แจจุงเคยคิดเล่นๆว่าอยากจะพาคนรักไปจูบที่กลางชิบูย่าในวันคิสเดย์ เพื่อให้ใครๆรู้ว่าพวกเขารักกันมากแค่ไหน แต่ตอนนั้นที่จินตนาการไว้ คนรักของเขาต้องเป็นสาวน้อยน่ารักสักคน

 

ไม่ใช่ ‘หนุ่มโสดในฝัน' ที่ไปเดทกับคนอื่นแล้วปล่อยให้เขาต้องมาเดินอยู่คนเดียว

 

หลายครั้งที่แจจุงอยากประกาศให้ใครๆได้รู้ว่าเขากับยุนโฮรักกัน ให้ทุกคนรู้ว่ายุนโฮเป็นได้แค่ ‘หนุ่มในฝัน'ไม่ใช่  ‘หนุ่มโสดในฝัน' แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และก็รู้ด้วยว่าการคิดแบบนี้มันช่างเห็นแก่ตัวเสียจริงๆ เขาเองก็ทำงานอยู่ในวงการนี้เช่นกัน ควรจะเข้าใจคนรักได้ดีจึงจะถูก

 

เด็กหนุ่มเดินเตร่มองผ่านกระจกเข้าไปดูของในร้านโน้นร้านนี้จนกระทั่งหันไปเห็นด้านหลังชางมินหายเข้าไปในร้านขายของกระจุกกระจิกของเด็กผู้หญิงก็เลยเดินตามเข้าไป คิดว่าถ้าเผื่อเจ้าน้องเล็กซื้อของฝากน้องสาวเขาก็จะได้เข้าไปช่วยเลือกด้วย ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

 

ร่างบางผลักประตูร้านเข้าไปพบชั้นวางของสูงๆและตุ๊กตากับสายรุ้งหลากสีห้อยลงมาจากเพดาน เลยต้องใช้เวลามากพอควรในการเดินหา กว่าจะเจอเจ้าน้องเล็กกำลังยืนส่งภาษาอังกฤษปนภาษามืออยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์

 

"ทำอะไรชางมิน"

 

ชางมินหันมามองเขาด้วยหน้าตากึ่งๆ จะตกใจ แต่ก็เป็นเพียงแค่แวบเดียวเมื่อเจ้าตัวปรับสีหน้าเป็นปกติได้แทบจะในทันที

 

"ผมขอเขาถ่ายรูปกระเป๋าครับ คัมจาเขาฝากมาซื้อ แต่ผมไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนเลยจะส่งภาพไปให้ดู"

 

แจจุงอึ้งเล็กน้อยที่ชางมินเอ่ยถึงดาราสาวคนนั้นออกมาให้ได้ยินอย่างเต็มปากเต็มคำเป็นครั้งแรก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเขาสี่คนแอบคุยกันลับหลังเจ้าตัวมาเป็นเดือนๆ นับตั้งแต่เจ้าน้องเล็กมาหย่อนระเบิดไว้เป็นนัยๆว่ากำลังดูใครบางคนอยู่ ยูชอนเสนอว่าน่าจะเป็นมุนกึนยองที่เคยเห็นว่าชางมินแอบมองอย่างสนใจแต่พวกเขาก็ยังไม่ปักใจกันเท่าไหร่นัก

 

แต่ตอนนี้ชักเริ่มเชื่อแล้วว่าข้อสันนิษฐานนั้นน่าจะเป็นเรื่องจริง

 

ปีนี้ชางมินก็โตแล้ว ไม่แปลกที่เจ้าตัวจะนึกสนใจอยากคบหากับใครบ้าง เพราะถึงยังไงคนเราก็ยึดมั่นอยู่กับคนในฝันตลอดไปไม่ได้ เมื่อก่อนแจจุงก็ยังเป็นห่วงที่ชางมินยังคงชื่นชอบอยู่แต่ฮันกาอินคนเดียวไม่เลิก แต่ตอนนี้คงจะไม่จำเป็นแล้ว