[Fic]The Day We Find Love Special II: Changmin's Blackday

posted on 05 Oct 2008 00:00 by almond-meringue in The-Day-We-Find-Love
 

Title : Changmin's Black Day (The Day We Find Love Special II)

Author : lovejae  (Almond Meringue)

Couple : Changmin x Kamza

Rating : PG-13

Author's Note : Black Day คือวันที่ 14 เมษายน คนโสดที่ไม่ได้รับช็อคโกแลตในวันวาเลนไทน์หรือไม่ได้ของขวัญวัน white day จะมารวมตัวกันกินจาจังมยอน (짜장면) บะหมี่ราดซอสที่ทำจากถั่วดำ เผื่อจะเจอใครที่ปิ๊งกันแล้วจะได้เลิกเป็นโสด

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

Changmin's Black Day

 

 

 

ซองใส่พาสปอร์ต... สมุดโน้ต...กระเป๋าใส่เหรียญ....กระจก....เข็มกลัด....ตุ้มหู....สร้อยข้อมือ...

 

....แหวน.....

 

ชางมินผงะถอยหลังออกจากบานกระจกที่กั้นระหว่างเขากับโลหะทรงกลมชิ้นเล็กๆ สะท้อนแสงไฟเป็นประกายราวกับจะยั่วเย้าอยู่ตรงนั้น หลุดปากสบถใส่ตัวเองที่เผลอยืนจ้องมันอยู่นานจนต้องรีบค้อมศีรษะขอโทษและปฏิเสธพนักงานที่กำลังจะเปิดตู้หยิบออกมาให้ดู แล้วรีบก้าวออกจากที่ตรงนั้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 "นายจะซื้ออะไรชางมิน"

 

เกือบสะดุ้งกับเสียงของใครบางคนด้านหลัง แต่เด็กหนุ่มก็เอื้อมมือไปคว้าอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้ๆมาถือไว้ได้โดยไม่เสียจังหวะ

 

"ยังไม่รู้เลยครับ"

 

"งั้นฉันกับยุนโฮซื้อกระเป๋าตังค์นะ"

 

กระเป๋าใส่เหรียญใบเล็กๆสีชมพูอ่อน ประดับด้วยพู่คล้ายขนนกฟูๆ ดูน่ารักแบบที่ชางมินเห็นแล้วก็ได้แต่พยักหน้า ต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะซื้ออะไร แจจุงก็เข้าใจเลือกจริงๆ

 

"ฉันว่าซูยุนคงไม่ใช้ออร์แกไนเซอร์หรอกมั้ง"

 

"เอ่อ ...." ชางมินมองตามสายตาคนเป็นพี่มาที่มือตัวเองแล้วถึงเพิ่งรู้ว่ากำลังถืออะไรอยู่ "ผมหยิบมาดูเฉยๆน่ะครับ ...พี่กับพี่ยุนโฮไปจ่ายเงินก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมตามไป"

 

ชางมินวางของในห่อพลาสติกกลับลงไปบนชั้นของมันตามเดิม ออร์แกไนเซอร์เล่มนี้ก็เหมือนสินค้าชิ้นอื่นๆในโซนคือมีสีชมพูเป็นหลักและแน่นอนว่าต้องเป็นรูปแมวไม่มีปาก  ตัวการ์ตูนขวัญใจเด็กผู้หญิงแทบจะทั่วเอเชียรวมทั้งน้องสาวสองคนของเขานั่นก็ด้วย

 

เด็กหนุ่มดีดนิ้วใส่หน้าเจ้าแมวน้อยตัวเดียวกันแต่อยู่ในรูปของตุ๊กตาติดผนังด้วยความหงุดหงิด ที่เคยได้ยินว่าคนออกแบบจงใจให้มันไม่มีปากเพื่อสะท้อนอารมณ์ของคนมองนั่นก็คงจะจริง เพราะตอนนี้เขากำลังรู้สึกราวกับถูกกองทัพแมวสีชมพูรุมมองอย่างเยาะเย้ยยังไงยังงั้น

 

อย่างที่บอกแจจุงว่าเขาคงไม่ซื้อออร์แกไนเซอร์แน่ แต่เหตุผลต่างออกไปตรงที่ว่าความจริงเขาเตรียมของขวัญวันเกิดให้ซูยุนน้องสาวคนเล็กไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เป็นซีดี ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของซูเปอร์จูเนียร์พร้อมลายเซ็นต์จากเจ้าของเพลงเท่าที่พอจะหาตัวเจอ   ส่วนที่ตั้งใจจะซื้อวันนี้ เป็นของมุนกึนยองที่มีวันคล้ายวันเกิดในเดือนหน้า

 

คิดจะซื้อ ทั้งที่ก็ยังคิดไม่ตกเลยว่าควรจะให้ดีรึเปล่า

 

แต่ยังไงออร์แกไนเซอร์ก็ต้องถูกตัดออกจากตัวเลือกแน่ๆแล้วหนึ่งอย่าง เพราะเขาเพิ่งใช้ชื่อทงบังชินกิซื้อมันให้ดาราสาวเป็นของขอบคุณในวันไวท์เดย์เมื่อเดือนที่แล้ว  ตอบแทนสำหรับช็อคโกแลตตามมารยาทที่แม้จะแนบการ์ด ‘สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะอุปป้า' และเขาที่อายุน้อยกว่าเกือบปีจะไม่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มพี่ชายของฝ่ายนั้นได้ ชางมินก็ยังถือเป็นหน้าที่ของตัวเองอยู่ดี เพราะก็มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าอีกสี่คนไม่อยู่ในฐานะจะตอบแทนน้ำใจของใครได้อีกแล้ว

 

เด็กหนุ่มหันหลังให้เจ้าแมวน้อยสีชมพูเหล่านั้น ก่อนจะต้องเห็นมันมองมาด้วยอารมณ์อื่นที่เพิ่งผุดขึ้นในใจ คิดว่าคงต้องหาโอกาสมาดูใหม่หรือไม่ก็กลับไปไตร่ตรองอีกครั้งน่าจะดีกว่า

 

"อ้าว แล้วตกลงนายไม่ซื้ออะไรเลยเหรอ"

 

"ไว้ค่อยมาดูทีหลังก็ได้ครับ ยังอีกตั้งหลายวันกว่าเราจะกลับ"

 

เด็กหนุ่มพึมพัมขอบคุณแทนน้องสาวเมื่อแจจุงส่งถุงของขวัญที่ยุนโฮจ่ายเงินแล้วมาให้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซูยุนจะปลาบปลื้มแค่ไหนกับของขวัญจาก ‘ยุนแจ' และก็เดาชะตากรรมของเจ้ากระเป๋าใส่เศษเงินใบนี้ล่วงหน้าได้ด้วยว่าจะไม่มีโอกาสทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่ผลิตขึ้นมาแน่นอน เพราะมันจะถูกนำไปเก็บเป็นสมบัติล้ำค่าเหมือนของชิ้นอื่นๆที่เคยได้ ชางมินไม่อยากให้น้องสาวเสียจินตนาการที่ว่ายุนโฮและแจจุงช่วยกันเลือกซื้อมาให้ จึงไม่เคยบอกความจริงสักครั้งเลยว่า ‘ของยุนแจ' นั้นคือ ‘แจจุงเลือก-ยุนโฮจ่าย' ต่างหาก

 

ร่างสูงโปร่งตามหลังพี่ชายสองคนออกจากร้านอย่างไม่รีบร้อน ถือว่าเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้เดินกันลำพังไปในตัว อากาศเดือนเมษาของโตเกียวกำลังสบาย แม้จะใกล้ค่ำแล้วก็ไม่หนาวมากมายอย่างเมื่อเดือนก่อนๆ  แต่ก็ไม่ใช่เพราะอากาศดีๆอย่างเดียวที่ทำให้พวกเขาใช้เวลาหลังเลิกงานมาเดินเตร่ซื้อของกัน ความสำคัญอีกอย่างคือวันนี้เป็นวันแรกที่แจจุงพ้นจากการถูกพักงาน เจ้าตัวก็เลยร้องขอออกมาช้อปปิ้งกินข้าวนอกบ้านบ้าง หลังจากต้องอดทนอยู่แต่บ้านมานาน

 

"ไอติมนั่นเหมือนที่ขายหน้าบริษัทรึเปล่า"

 

"คงใช่มั้ง แต่นายจะกินตอนนี้เลยเหรอ เดี๋ยวก็กินข้าวไม่ลงหรอก"

 

ชางมินแว่วเสียงชวนของแจจุงกับคำทักท้วงจากยุนโฮ แต่ก็ไม่แปลกใจเมื่อในที่สุดพวกเขาก็ไปยืนอยู่หน้าร้านซอฟท์ครีมหลากรสนั่นอยู่ดี อันที่จริงเด็กหนุ่มคิดว่าหัวหน้าดูจะพอใจด้วยซ้ำที่เห็นนักร้องนำทำปากยื่นแล้วกลับมายิ้มกว้างได้ใหม่เมื่อได้รับการเอาใจ

 

"นายเอารสอะไรชางมิน"

 

เด็กหนุ่มกวาดตามองรายการบนแผ่นป้ายหน้าร้านแล้วตกลงใจเลือกวานิลาที่ถือว่าธรรมดาที่สุดในนั้น ถึงจะเป็นคนที่กินได้หมดทุกอย่าง แต่รสอื่นๆ มันก็แปลกจนเกินไป   เขาเองก็ไม่มีคนช่วยกินของที่เลือกแล้วปรากฏว่าไม่อร่อยเหมือนใครบางคนเสียด้วย

 

"แลกกัน นายก็ยังไม่เคยกินรสนี้ไม่ใช่เหรอ"

 

นั่นเป็นเหตุผลที่แจจุงบอกเมื่อส่งซอฟต์ครีมรสเต้าหู้ที่ชิมไปแล้วหนึ่งคำให้ยุนโฮ และก็อีกเช่นเคยที่ชางมินไม่แปลกใจเลยเมื่อคนขอแลกได้รสชาเขียวของอีกคนไปแทนตามต้องการ

 

หลายครั้งที่ชางมินเห็นความเอาใจใส่ของยุนโฮ ความเอาแต่ใจของแจจุง ความหวานเลี่ยนของยูชอน และความเขินอายแทบไม่มีที่อยู่ของจุนซู แล้วเกิดความคิดว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องเจอกับทั้งหมดนั่นขอเขาอยู่เป็นโสดดีกว่า 

 

.....แต่ก็อาจจะเป็นความคิดตามประสาจิ้งจอกที่เอื้อมมือไปไม่ถึงองุ่นก็ได้ ตัวเองอดกินเลยกล่าวหาว่ามันเปรี้ยวเสียอย่างนั้น

 

"ไปดูแว่นร้านนั้นกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวยูชอนโทร.ตามแล้วค่อยไป"

 

ชางมินปฏิเสธสายตาชักชวนของพี่ชายด้วยการชูโคนซอฟต์ครีมที่ยังเหลืออีกกว่าครึ่งให้ดู แต่ก็ตามไปปักหลักยืนรอหน้าร้านเพราะก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน ละเลียดครีมหวานๆนุ่มๆไปพลางมองไปยังฝั่งตรงข้าม สายตาเจ้ากรรมก็ดันเจอเข้ากับร้านกาแฟแฟรนไชส์สัญชาติอเมริกันที่มีสาขาเกือบทั่วโลกนั่นเข้าจนได้ ซึ่งมันก็ไม่อะไร นอกจากจะทำให้นึกถึงร้านสาขาที่สถานีโทรทัศน์แห่งนั้น

 

เด็กหนุ่มพยายามเลี่ยงไปนึกถึงยูชอนกับจุนซูที่แยกไปอีกย่านเพื่อซื้อของเล่นไม้แบบญี่ปุ่น ที่ได้ยินว่าจะส่งไปให้ยูฮวานเพื่อจัดนิทรรศการหรืออะไรทำนองนั้น เสร็จแล้วทั้งคู่จะตามมาสมทบทีหลังเพื่อกินข้าวเย็นด้วยกัน พวกเขายังไม่ได้ตกลงว่าจะกินอะไร  แต่ก็อาจจะเป็นเนื้อย่างหรือหม้อไฟก็ได้ ในฐานะที่เป็นมื้อประกาศอิสรภาพของแจจุง

 

ปีนี้จะเป็นปีแรกนับตั้งแต่เดบิวต์ที่พวกเขาไม่ได้กินจาจังมยอนด้วยกันในวันแบลคเดย์ .....ซึ่งก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะสมาชิกในวงเกินครึ่งไม่ใช่คนโสดแล้ว

 

ที่จริงแต่ไหนแต่ไรพวกเขาก็ไม่ได้จริงจังกับวันนี้สักเท่าไหร่ จะมีก็แต่ผู้จัดการที่ออกหน้าสั่งจาจังมยอนมาให้ทุกปี เพื่อแสดงให้ทีมงานเห็นว่าห้าหนุ่มทงบังชินกิยังโสด ส่วนใครจะลอบมองหน้าใครไปด้วยระหว่างกินนั่นไม่นับ แต่ปีนี้พี่จินคงลืมหรือไม่ก็เห็นว่ายังไงคนญี่ปุ่นก็ไม่รู้จักวันแบลคเดย์อยู่ดี เลยปล่อยให้พวกเขาออกมากินข้าวเย็นกันเองได้ตามสบาย

 

เขาเองก็อาจจะจำไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าวันนี้เป็นวันครบรอบพอดี

 

.......ครบหนึ่งเดือนนับจากวันไวท์เดย์ที่มุนกึนยองโทร.มาขอบคุณเรื่องของขวัญ

......สองเดือนนับจากที่นัดเจอกันในวันวาเลนไทน์

..........

.......

....

.

 

เมื่อมุนกึนยองโทร.มาถามว่าจะให้ส่งช็อคโกแลตวาเลนไทน์ไปที่อพาร์ทเมนท์หรือบริษัท ชางมินก็รู้ทันทีว่าโอกาสได้ถูกส่งเข้ามาในมือของเขาแล้ว

 

แม้แต่ตารางงานก็ยังเป็นใจ มีช่องโหว่ในวันนี้พอดี ทั้งที่วันรอบๆก่อนหน้าและหลังจากนี้เต็มเอี้ยดจนแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ พอรู้ว่าดาราสาวต้องไปอัดรายการเกมโชว์เทปพิเศษวันวาเลนไทน์ที่สถานีโทรทัศน์แห่งนั้น ชางมินเลยรีบอ้างทันทีว่าตัวเองก็ต้องไป และก็คงไม่ทำให้เสียเวลามากมายถ้าจะนัดเจอกัน

 

เด็กหนุ่มจิบกาแฟแก้วที่สองที่เริ่มจะเย็นชืดไปพลางมองดูนาฬิกา ยังอีกกว่ายี่สิบนาทีจึงจะถึงเวลานัด แต่ถ้านับรวมเวลาทั้งหมดที่มานั่งอยู่ตรงนี้ก็เกือบชั่วโมงเข้าไปแล้ว โชคดีที่ลูกค้าในร้านไม่เยอะก็เลยไม่ต้องกังวลว่าอาจจะเจอแฟนคลับหรือจะถูกพนักงานส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้ฐานที่อยู่นานเกินไป

 

ชางมินทนรออยู่บ้านให้ใกล้ถึงเวลานัดไม่ไหว เลยบอกแจจุงกับจุนซูว่าจะออกมาเจอเพื่อน และก็ใช้เวลาตลอดทั้งช่วงเช้าไปกับร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะมานั่งรออยู่ที่นี่เมื่อคิดได้ว่ามุนกึนยองมีเวลาพักให้ปลีกตัวมาได้แค่ครู่เดียว ถ้าเจ้าตัวมาก่อนเวลานัดแล้วเขามัวไปอยู่ที่อื่นก็อาจไม่ได้เจอกัน

คงไม่เกินไปที่จะตื่นเต้นขนาดนี้ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขานัดกันโดยตรง อาจจะเรียกว่าเดทไม่ได้ก็จริงแต่มันก็เป็นวันวาเลนไทน์ และถึงฝ่ายนั้นแค่จะเอาช็อคโกแลตตามมารยาทมาให้ แต่เขาก็น่าจะมีสิทธิ์หวังในความสัมพันธ์อันก้าวหน้าไม่ใช่หรือ

 

เด็กหนุ่มล้วงมือลงไปหยิบของในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดู เจ้าแมวน้อยไม่มีปากที่สลักจากหยกสีชมพูใช้ตากลมๆมองมาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ต่างจากเขาที่ยังไม่รู้เลยว่าจะมอบมันให้มุนกึนยองวันนี้ดี หรือจะเก็บเอาไว้ก่อนสำหรับวันไวท์เดย์เดือนหน้า

 

"ขอโทษนะ รอนานรึเปล่า"

 

ชางมินเกือบสะดุ้งเมื่อเก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามถูกใครบางคนดึงออกไปแล้วทรุดตัวลงนั่งแทบจะในทันที ยังดีที่เจ้าตัวเอาแต่วุ่นวายอยู่กับถุงหลายใบและกระเป๋าที่ถือมา จนเขาพอจะเก็บของในมือไปได้ก่อนฝ่ายนั้นจะทันเห็น

 

"ไม่เป็นไร ผมก็เพิ่งมาเหมือนกัน ....คุณทานอะไรมารึยัง"

 

"ยังเลย แต่ต้องกลับขึ้นไปกินข้างบน วันนี้แม่กับน้องฉันมาด้วย คงอยู่คุยกับคุณได้แป๊บเดียว"

 

ความเสียดายในน้ำเสียงและสีหน้าของฝ่ายนั้นทำให้ชางมินเกือบจะยิ้มออกมาได้ มุนกึนยองวันนี้ดูสดใสด้วยทรงผมใหม่ที่สั้นลงกว่าตอนเจอกันครั้งก่อน ดวงหน้าเรียวละมุนล้อมกรอบด้วยเรือนผมสลวยทิ้งปลายแค่คลอเคลียกับผิวแก้มเนียนใส ส่งให้ใบหน้าเล็กๆ   ยิ่งดูบอบบางและอ่อนเยาว์ราวกับเด็กน้อย ถึงจะได้เห็นหน้าผ่านทางจอทีวีบ้างเป็นบางโอกาส แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับการได้เจอตัวจริงแบบนี้

 

"แล้วคุณล่ะ ทานข้าวกลางวันรึยัง"

 

ชางมินเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้ตอบว่าเขาตั้งใจจะรอก็เลยยังไม่ได้กิน

 

"เมื่อกี้ฉันสวนกับพี่ยูชอนตรงหน้าลิฟต์ แต่พี่เขาดูรีบๆก็เลยไม่ได้ทัก น่าเสียดายจัง"

 

มุนกึนยองเสียดาย แต่ชางมินโล่งอก เพราะขืนทั้งคู่เจอกัน ความก็แตกแน่ว่าเขาไม่มีคิวถ่ายเกมโชว์อย่างที่อ้าง

 

~ 마지막이 찬란한 노을처럼  waiting for Rising sun... ~

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องมือสื่อสารที่ดังขัดจังหวะ ไม่อยากจะรับเพราะไม่อยากให้เสียเวลาที่มีน้อยอยู่แล้ว แต่ก็จนใจเมื่อดูชื่อคนโทร.เข้าแล้วก็รู้ว่าถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริงก็คงไม่โทร.มาแน่

 

"ว่าไงยูฮวาน"

 

ชางมินกดรับสายแล้วมองไปยังคนนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างขออภัย ไม่รู้ว่าคิดไปเอง     รึเปล่าที่เห็นประกายขบขันในดวงตากลมแวบหนึ่ง ก่อนเจ้าตัวจะหันมองไปทางอื่น

 

 [[---- สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ----]]

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเสียงในโทรศัพท์เบาเกิน หรือหูเพี้ยนไปเอง

 

"นายว่าไงนะ"

 

[[---- อ้าว ก็วันนี้วาเลนไทน์แล้วไม่ใช่เหรอ หรือผมจะจำผิด ----]]

 

"เปล่า วันน่ะถูก แต่นายโทร.มาเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ"

 

[[---- แค่นี้ที่ไหน ผมกลัวพี่จะเหงาอยู่คนเดียวเลยอุตสาห์โทร.มา ยังไม่เห็นความดีอีก ----]]

 

ชางมินอยากจะให้ตัวเองยื่นมือผ่านโทรศัพท์ไปเขกหัวน้องชายของยูชอนได้จริงๆ ยูฮวานชอบกวนชอบแหย่เขาไม่ต่างกับพี่ชายของเจ้าตัวเลยสักนิด นี่ยังดีที่ยอมเรียกเขาว่าพี่ ไม่งั้นอาจจะนึกว่าฝ่ายนั้นเห็นเขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันไปแล้วแน่ๆ

 

"ขอบใจ ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย งั้นฉันวางนะ"

 

[[---- เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งวาง ----]]

 

"มีอะไรก็รีบๆ ว่ามา ตอนนี้ไม่ว่าง"

 

[[---- อ้าว ไม่ว่างเหรอ เมื่อกี้ผมคุยกับพี่ยูชอน บอกว่าพี่อยู่บ้านนี่ ....อย่าบอกนะว่าพี่กำลังเดทอยู่ .....อ๊ะ อย่าเพิ่งวางนะ ผมจะโทร.มาถามว่าขอยืมรองเท้าหิมะของพี่ให้เพื่อนผมใช้หน่อยได้ป่าว ----]]

 

ฟังคำละล่ำละลักบอกของฝ่ายนั้นแล้วชางมินก็ได้แต่แปลกใจ รองเท้าคู่ที่ว่าเขาให้   ยูฮวานไปแล้วตั้งแต่ไปเล่นสกีด้วยกันคราวก่อนเพราะเห็นว่าตัวเองไม่ค่อยได้ใช้ ที่จริง      ไม่จำเป็นต้องโทร.มาขออนุญาติก็ได้

 

"อืม ก็ใช้ไปสิ ฉันยกให้นายแล้วนี่"

 

[[--- ขอบคุณพี่ งั้นก็แค่นี้แหล่ะฝาก แฮปปี้วาเลนไทน์พี่จุนซูกับพี่แจจุงด้วยนะ---]]

 

ชางมินอมยิ้มพลางเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ถึงจะชอบกวนโมโหเป็นบางครั้งแต่     ยูฮวานก็เป็นเด็กดี เลยไม่มีใครโกรธเจ้าตัวจริงๆ ได้เลยสักคน แต่อาจจะเว้นเฉพาะยุนโฮหรือแม้แต่ยูชอนเองก็ด้วยที่อาจจะเคืองแบบไม่ได้แกล้งทำเวลาที่ยูฮวานเข้าไปนัวเนียกับแจจุงและจุนซูเกินเหตุ

 

เด็กหนุ่มหุบยิ้มเมื่อสายตาเลยไปพบกับความขบขันล้อเลียนในดวงตากลมสวย    ไม่บอกก็รู้ว่าหนีไม่พ้