[Fic]The Day We Find Love Special I : First Valentine's

posted on 08 Sep 2008 08:07 by almond-meringue in The-Day-We-Find-Love
 

Title : First Valentine's (The Day We Find Love Special I)

Author : lovejae  (Almond Meringue)

Couple : Yuchun x Junsu

Rating : PG-15

Author's Note : ขอโทษค่ะ TT^TT

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

First Valentine's

 

 

 

 

"นายจะเอาไข่ดาวอีกมั้ยยุนโฮ"

 

"พอแล้วล่ะ นายก็มากินเถอะ เดี๋ยวเย็นหมด"

 

ยูชอนหยิบขนมปังที่ถูกอบจนเหลืองสวยน่ากินขึ้นมากัดพลางเหลือบตาดูพี่ชายคนโตวางจานไส้กรอกทอดลงข้างจานที่มีกองแพนเค้กตั้งซ้อนกันเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ ถัดออกไปยังมีขนมปังปิ้งกับไข่ดาวที่ก็ถูกเตรียมเอาไว้จนพูนจานเช่นกัน ดูๆไปแล้วแค่ห้าคนไม่น่าจะกินหมด แต่ก็เชื่อได้เลยว่าพอเจ้าน้องเล็กมาถึง ของที่ว่าเยอะก็จะถูกจัดการจนเรียบไม่มีเหลือ ตั้งแต่แจจุงถูกพักงาน พวกเขาก็มีมื้อเช้าที่อุดมสมบูรณ์กันอย่างนี้ทุกวัน อาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่ามันเป็นเรื่องดี แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ดูจะยินดีที่ได้ทำ

 

ดวงตาเรียวรีมองตามร่างบางเดินไปยังที่นั่งประจำ ที่มีเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งช่วยขยับเก้าอี้ รินน้ำให้อย่างเอาใจ จะว่าไปก็เป็นภาพที่เห็นจนชินตา ไม่ต่างจากตอนก่อนทั้งคู่จะเข้าใจและยอมรับการคบหากันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะให้ชี้ลงไปว่าตรงไหนไม่เหมือนเดิม ก็คงเป็นสายตาวิบวับที่แสนจะเปิดเผยของหัวหน้าวงกับรอยยิ้มขวยเขินของนักร้องนำร่างบาง สองอย่างที่ช่วยบอกให้รู้ถึงความสัมพันธ์อันก้าวหน้าของคนทั้งคู่

 

"นายไม่กินไส้กรอกล่ะ ชอบไม่ใช่เหรอ"

 

ยูชอนลอบอมยิ้มขำเมื่อแจจุงที่เริ่มรู้ตัวว่าถูกมอง พยายามแก้เขินด้วยการเลื่อนจานไส้กรอกทอดมาให้ เด็กหนุ่มยื่นมือไปรับมาโดยดีแต่ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสเช่นกัน

 

"เย็นนี้พี่สองคนจะไปเดทกันที่ไหน"

 

"ดะ- เดท อะไร .....พูดอะไรไม่รู้เรื่อง"

 

ขนาดบอกไม่รู้เรื่อง ใบหน้าหวานไม่แพ้ผู้หญิงยังเจือสีโลหิตระเรื่อ แถมยังหันไปคว้าเอาขวดซอสมาเขย่าเทใส่ไข่ดาวอย่างเอาเป็นเอาตายจนคนนั่งข้างๆต้องจับทั้งมือทั้งขวดไปไว้เสียเอง

 

"ไม่ไปไหนหรอก วันนี้ฉันกับแจจุงจะกินข้าวเย็นที่บ้านนี่แหล่ะ"

 

คำตอบยิ้มๆของหัวหน้าทำให้ยูชอนนึกเสียใจนิดหน่อยที่ไม่น่าแซวอย่างนั้น ลืมไปเสียสนิทว่าตั้งแต่ถูกพักงาน นอกจากจะตามไปนั่งเล่นรอพวกเขาระหว่างอัดรายการบ้างเป็นบางครั้งแล้วแจจุงก็แทบไม่ได้ไปไหน ความจริงทางต้นสังกัดทั้งเกาหลีและญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้เข้มงวดถึงขนาดสั่งห้าม ที่พี่ชายคนโตอยู่ติดบ้านคงเพราะไม่อยากออกไปเป็นเป้าสายตาของสื่อมากกว่า

 

"แล้วนายล่ะ โทร.ไปคอนเฟิร์มร้านเขาแล้วใช่มั้ย"

 

ยุนโฮเปลี่ยนเรื่องได้อย่างแนบเนียน พอๆ กันกับที่เลื่อนแขนไปวางพาดบนพนักเก้าอี้ของแจจุง โอบร่างบางเอาไว้หลวมๆโดยฝ่ายถูกโอบไม่ทันสังเกต

 

"จองแล้วต้องคอนเฟิร์มอีกจริงเหรอพี่"

 

"อืม ไม่งั้นเขาก็เอาโต๊ะให้คนอื่นน่ะสิ"

 

ยูชอนยกมือตบหน้าผากเมื่อนึกได้ว่าหลังจากจองโต๊ะไว้ เขาก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับไปร้านนั้นอีกเลย ส่วนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้สนใจก็เพราะคิดว่ายุนโฮคงแค่อำเล่นๆ ก็ใครจะไปนึกว่าแค่จองโต๊ะในร้านอาหารจะต้องคอนเฟิร์มก่อนล่วงหน้ายังกับตั๋วเครื่องบิน เท่าที่เคยเห็น แค่โทร. เข้าไปที่ร้านก่อนสักสองสามชั่วโมงก็พอแล้ว

 

"พวกนายพูดถึงร้านอะไรกัน"

 

"ร้านของพี่ซอคคุนที่เราเคยไปกินสเต็กกันไง ยูชอนจะพาจุนซูไปฉลองวาเลนไทน์ที่นั่น"

 

แจจุงทำหน้าว่าเข้าใจ แต่ก็เป็นความเข้าใจแบบปนด้วยความตื่นเต้น คล้ายๆ ตอนเจ้าตัวได้รู้ว่าเขากับจุนซูคบกันเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนยังไงยังงั้น ซึ่งยูชอนก็แปลกใจจริงๆที่ฝ่ายนั้นเพิ่งสังเกตเห็นและมาเลียบเคียงถาม ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ปิดบังและยังคิดว่ารู้กันหมดแล้วด้วยซ้ำ

 

"อ้าว ร้านนั้นต้องจองด้วยเหรอ ตอนเราไปก็ไม่ได้จองยังมีโต๊ะว่างเลยนี่"

 

"เอ่อ...." ยุนโฮหลบตาวูบ แต่ก็สามารถพูดต่อได้โดยไม่สะดุด "ก็ตอนนั้นไม่ใช่ช่วงเทศกาลร้านก็เลยว่าง แต่วันนี้มันวาเลนไทน์ ฉันว่าคนน่าจะเยอะก็เลยแนะนำให้ยูชอนโทร. ไปจองไว้ก่อน"

 

ยูชอนทึ่งกับความลื่นไหลของคนเป็นหัวหน้าจนแทบอยากจะปรบมือให้ พร้อมกับที่ในใจก็นึกขำอีกคนที่ก็เชื่อจริงๆว่าร้านแบบนั้นจะมีโต๊ะว่างง่ายดายโดยไม่ต้องจอง ถึงตอนที่ไปทั้งคู่จะยังไม่ได้คบกัน แต่แจจุงไม่เฉลียวใจสักนิดเลยรึไงว่าใครที่ไหนจะพาคนที่เป็นแค่เพื่อนไปกินข้าวตามลำพังสองต่อสองในบรรยากาศสุดโรแมนติกขนาดนั้น

 

ความสนใจของยูชอนถูกดึงออกจากคู่รักรุ่นพี่เมื่อใครอีกคนเดินเข้ามา เด็กหนุ่มหันไปขยับเก้าอี้ว่างข้างๆตัวให้ ก่อนจะต้องแปลกใจกับสีหน้าหม่นหมองของฝ่ายนั้น

 

 "เป็นอะไรจุนซู หน้าซีดๆ ไม่สบายรึเปล่า"

 

"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร"

 

ปากว่าไม่เป็นไร แต่หน้าตากลับไปในทางตรงกันข้ามอย่างชัดๆ ยูชอนอังหลังมือเข้ากับหน้าผากของคนรัก เทียบอุณหภูมิแล้วไม่พบว่าอีกฝ่ายมีไข้ก็ยังไม่คลายใจ กลับยิ่งห่วงมากขึ้นอีกว่าเพราะอะไรจุนซูถึงซึมไปทั้งที่เมื่อคืนก็ยังร่าเริงดี

 

"อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะจุนซู ยูชอนอุตส่าห์จองโต๊ะร้านพี่ซอคคุนเอาไว้ เดี๋ยวเย็นนี้มันไม่มีคู่เดท "

 

ยูชอนอ้าปากค้างเมื่อความพยายามในการเก็บเป็นความลับมาตลอดหลายวันพังลงง่ายๆ ด้วยฝีมือของแจจุง เด็กหนุ่มหรี่ตามองคนเป็นพี่ด้วยความเคือง แต่ฝ่ายนั้นก็กลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หรือพอคิดอีกทีก็อาจจะไม่รู้จริงๆก็ได้ เพราะขนาดเรื่องระหว่างเขากับจุนซู ยังตั้งนานกว่าแจจุงจะรู้ ดังนั้นคนที่ควรจะเคืองก็ต้องเป็นยุนโฮที่น่าจะกระซิบบอกคนของตัวบ้างว่าเขาจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรซ์ แต่พอหันไปก็ได้เห็นว่าหัวหน้ากำลังมองคนก่อเรื่องด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความเอ็นดูเสียเหลือเกิน

 

นักร้องหนุ่มถอนใจเฮือก ได้แต่ปลงว่าไหนๆ แจจุงพูดไปแล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย ค่อยจดบัญชีเอาไว้ทวงคืนทีหลัง

 

"เสร็จงานแล้วฉันจะเข้ามารับนะ"

 

รอยยิ้มเขินๆของจุนซูต่างจากที่ยูชอนคิดเอาไว้นิดหน่อย แต่ก็นับว่ายังดีที่อย่างน้อยก็ทำให้ใบหน้าเซียวๆดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าจานไข่ดาวมาตักแบ่งให้คนรัก ไม่สนใจเสียงไอค๊อกแค๊กหรือเสียงลากเก้าอี้ของเจ้าน้องเล็กที่เพิ่งเดินเข้ามา เพราะเขายังมีอีกปัญหาที่ต้องรีบคิด

 

ถ้าหากโทร.ไปแล้วโต๊ะที่จองไว้ยังอยู่ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ก็จบกัน ถึงทางร้านจะมีส่วนที่ไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่ในเทศกาลวาเลนไทน์อย่างนี้คงยากจะมีที่ว่าง จะให้เสี่ยงพาจุนซูไปโดยไม่รู้ว่าจะมีโต๊ะนั่งรึเปล่าเขาไม่ทำแน่ ยูชอนอยากให้คนรักมีความทรงจำดีๆ ต่อวาเลนไทน์ครั้งแรก ไม่ใช่จำว่าต้องไปยืนแกร่วรอหน้าร้านอย่างนั้น

 

แต่จะเปลี่ยนไปที่ไหนแทนก็คงต้องคิดหนัก ร้านบรรยากาศดีๆ หาได้ไม่ยาก แต่จะมีร้านไหนที่เขากับคนรักจะไม่ถูกจับตามองหรือเสี่ยงต่อการตกเป็นข่าว

 

‘มิกกี้ยูชอนกับซีอาจุนซู นั่งกุมมือมองตากันอย่างหวานซึ้งใต้แสงเทียนในวันวาเลนไทน์'

 

ที่เลือกร้านของอดีตดาราตลกรุ่นพี่คนนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะได้ยินว่าบรรยากาศในร้านดูดี อบอุ่นโรแมนติก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความเป็นส่วนตัว ที่ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ใครนอกจากดาราศิลปินในวงการ

 

แฟนๆส่วนหนึ่งอาจจะชอบจับคู่ให้กับพวกเขา แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ยิ่งมีเรื่องของแจจุงกับยุนโฮมาเป็นตัวอย่างด้วยก็ยิ่งต้องระวัง ยูชอนยังไม่อยากให้เขากับจุนซูเป็นคู่ต่อไปที่ถูกอีซูมานเรียกเข้าไปอบรม

 

เด็กหนุ่มลอบถอนใจพลางหันไปมองคนข้างๆ เห็นฝ่ายนั้นกำลังหัวเราะกับอะไรบางอย่างที่ชางมินเล่าให้ฟังก็ค่อยสบายใจขึ้น ยูชอนชอบมองรอยยิ้มของจุนซูมากที่สุด และไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องรักษารอยยิ้มนี้เอาไว้ให้ได้

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

"พี่แจจุงว่ายูชอนจะชอบมั้ย"

 

"ต้องชอบสิ นายทำเองทั้งที จะไม่ชอบได้ไง"

 

จุนซูเหลือบตาดูคนให้คำตอบที่กำลังตั้งอกตั้งใจโรยอัลมอนด์สไลด์ลงบนหน้าเค้กที่เพิ่งปาดเสร็จไปหมาดๆ นึกอยากจะถามต่ออีกสักคำถามแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ก้มลงดูชิ้นบัตเตอร์เค้กบดในชามแล้วใช้ทัพพีกดซ้ำลงไปตรงส่วนที่เห็นว่ายังไม่ละเอียดดีอีกที ความจริงขั้นตอนแรกง่ายๆแค่นี้ควรจะผ่านไปได้ตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ยังทำไม่เสร็จ สาเหตุก็ไม่ใช่อะไร นอกจากเพราะความมั่นใจและความกระตือรือร้นที่จะทำมันลดหายไปแล้วกว่าครึ่ง

 

ตั้งแต่รู้ตารางงานว่าวันนี้มีแค่ยูชอนกับยุนโฮที่มีคิวอัดรายการเกมโชว์ จุนซูก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะใช้โอกาสนี้ในการทำของขวัญวาเลนไทน์ชิ้นแรกด้วยตัวเอง อาจจะว่าทำตามอย่างแจจุงก็ได้ เพราะที่คิดไอเดียนี้ขึ้นมาก็เพราะได้ยินว่าพี่ชายคนโตจะลองทำเค้กช็อคโกแลต ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องทำให้ยุนโฮ แม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับและอ้างว่าชางมินอยากกินก็ตาม

 

จุนซูเลือกทำช็อคโกแลตบอลที่เป็นของโปรดของยูชอน อาจจะไม่ใช่ของหรูหรามีราคา แต่ก็คิดว่าคนรักน่าจะเห็นถึงความตั้งใจของเขา และต้องชอบของขวัญชิ้นนี้แน่ๆ

 

คิดอย่างนั้นมาตลอด....จนกระทั่งเมื่อเช้าที่ได้คุยโทรศัพท์กับฮยอกแจ

 

ตอนแรกเจ้าเพื่อนซี้โทร.มาชวนให้ออกไปซื้อของด้วยกัน แต่เขาปฏิเสธเพราะอยากจะทำช็อคโกแลตบอลให้เสร็จก่อน พอฝ่ายนั้นรู้เข้าก็โจมตีว่าเขาจะทำไปทำไมให้เสียเวลา วาเลนไทน์อย่างนี้ยูชอนไม่ต้องการของขวัญอย่างอื่นแน่นอกจาก.....

 

‘นอกจากนายจะเอาตัวเองผูกโบว์ให้เป็นของขวัญ นั่นแหล่ะหมอนั่นถึงจะดีใจ'

 

จุนซูบอกตัวเองว่านั่นเป็นเทคนิคที่ฮยอกแจใช้เพื่อหลอกล่อให้เขาทิ้งงานแล้วออกไปด้วยกัน เถียงแทนไปแล้วด้วยว่าคนรักของเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขารู้ว่ายูชอนจะพาไปเดทร้านที่ยุนโฮเคยพาแจจุงไปมาเมื่อปีก่อน ไม่ใช่ร้านหรูในโรงแรมแล้วจองห้องสวีทไว้สำหรับของหวานเหมือนอย่างที่เจ้าเพื่อนตัวดีทำนายเอาไว้

 

แต่หลังจากวางสายไป จุนซูก็กลับวุ่นวายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

เขากับยูชอนคบกันมาหลายเดือนแล้วก็จริง แต่ความสัมพันธ์ก็ยังไม่เคยไปถึง ‘ขั้นนั้น' อาจจะมีเกือบๆ ตอนกลับไปเที่ยวบ้านคราวก่อน แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์ที่แม้แต่จะเฉียดใกล้อีกเลย จะว่าเป็นเพราะงานเยอะจนแทบไม่มีเวลาว่าง หรือเพราะพวกเขาทั้งห้าต้องอยู่ด้วยกันตลอดก็ไม่น่าจะใช่ เขากับยูชอนยังพอมีเวลาได้อยู่กันลำพังบ้างตามประสาคนรัก แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่เคยเอ่ยปากหรือแม้แต่จะแสดงทีท่าว่าต้องการอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ จุนซูถึงเถียงฮยอกแจได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่ายูชอนไม่มีทางอยากได้ของขวัญวาเลนไทน์เป็นตัวเขาผูกโบว์แน่ๆ

 

แต่พอเถียงไปแล้วก็กลับมากลุ้มใจเสียเอง ว่าหรือที่จริงยูชอนอาจจะไม่ปรารถนาในตัวเขา?

 

......แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อคืนนั้นที่บ้านของเขา จุนซูรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนรักมากแค่ไหน

 

แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไม......?

 

"ฉันว่ามันละเอียดพอแล้วมั้ง นายเอาโกโก้ไปละลายเถอะ"

 

จุนซูเกือบสะดุ้งเมื่อคนเป็นพี่ยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้ อดร้อนตัวไม่ได้ว่าคงถูกมองอยู่นานแล้วแน่ๆ เลยต้องรีบหยิบเอาผงโกโก้ที่เตรียมไว้ไปละลายกับน้ำอุ่นตามที่ได้รับการบอก ค่อยๆเทนมข้นจืดแบบครีมและนมข้นหวานลงไปผสมด้วยกัน แม้ในใจจะยังอดคิดไม่ได้ว่าจะเสียเวลาทำมันไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างที่เจ้าเพื่อนซี้บอกรึเปล่า

 

จุนซูรักยูชอน และก็ยอมรับด้วยว่าลึกๆแล้วรู้สึกพอใจถ้าตัวเองจะเป็นที่ต้องการของคนรัก แต่ปัญหาคือเขาไม่รู้ว่ายูชอนจะคาดหวังในของขวัญวาเลนไทน์เหมือนอย่างที่ฮยอกแจบอกไหม เพราะถ้าหากว่าใช่ แล้วเขาดันให้แค่ช็อคโกแลตบอลทำเอง ฝ่ายนั้นก็อาจจะผิดหวัง แต่ในทางกลับกัน ถ้าเขาเสนอตัวเองผูกโบว์ไปให้ แต่ปรากฏว่ายูชอนไม่ได้ต้องการ .......แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!!!

 

"นายซื้อถ้วยฟอยล์มารึเปล่าจุนซู"

 

ร่างเล็กได้สะดุ้งอีกรอบ เกือบทำโกโก้หกรดพื้นเพราะรีบร้อนยกมามันที่โต๊ะเร็วเกินไป เด็กหนุ่มหันไปมองคนเป็นพี่ให้ช่วยพูดใหม่อีกที เพราะเมื่อกี้มัวแต่เหม่อก็เลยจับใจความที่ฝ่ายนั้นพูดไม่ทัน

 

"ที่ฉันเคยเห็นมันต้องมีถ้วยฟอยล์อันเล็กๆรองข้างใต้ด้วยนี่ นายซื้อมารึเปล่า"

 

จุนซูส่ายหัวดิก ลืมคิดไปจริงๆว่าทำเสร็จแล้วก็ต้องตกแต่งให้สวยงามด้วย และอย่าว่าแต่ถ้วยฟอยล์ แม้แต่กล่องสำหรับใส่ชิ้นช็อคโกแลตให้เป็นของขวัญก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ

 

"งั้นก็ลองโทร.หาชางมินสิ เผื่อหมอนั่นยังอยู่ในห้างจะได้ให้ซื้อเข้ามาให้"

 

เด็กหนุ่มนึกถึงน้องชายคนเล็กที่เห็นว่ามีนัดกับเพื่อนและออกจากบ้านไปตั้งแต่ตอนสายๆ แล้วไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างที่แจจุงบอกดีรึเปล่า เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าเพื่อนที่ชางมินบอกหมายถึงเพื่อนจริงๆหรือหมายถึงอย่างอื่น ถึงฝ่ายนั้นไม่เคยสนใจใครให้เห็น แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะแอบไว้ไม่ยอมบอกก็ได้  ช่วงหลังเจ้าน้องเล็กก็ชอบคุยโทรศัพท์นานๆ แถมยังซื้อแผ่นหนังรักโรแมนติกมาดูยังกับคนกำลังอินเลิฟ และเท่าที่รู้ เขาไม่เห็นรูปของฮันกาอิน-ดาราสาวในดวงใจตลอดกาลของชางมิน อยู่บนหน้าเดสก์ทอปของฝ่ายนั้นแล้วด้วย

 

ดวงตาเรียวรีเหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเลยเที่ยงมาไม่เท่าไหร่ ตัดสินใจว่าไม่โทร.ไปกวนเจ้าน้องเล็กจะดีกว่า เผื่อถ้าคนที่ชางมินไปพบไม่ใช่แค่เพื่อนจริงๆ เขาอาจจะกลายเป็นคนบาปที่ไปขัดจังหวะการเดทของฝ่ายนั้นโดยไม่รู้ตัว

 

"ไม่เป็นไรพี่แจจุง เดี๋ยวปั้นให้เสร็จก่อนค่อยออกไปซื้อก็ได้"

 

จุนซูเทโกโก้เหลวลงผสมกับบัตเตอร์เค้กที่บดเอาไว้ ให้แจจุงช่วยคลุกด้วยเพราะกลัวว่ามันจะไม่ทั่ว ถึงไม่แน่ว่าจะได้ให้มันเป็นของขวัญวาเลนไทน์รึเปล่า ยังไงก็ต้องทำให้มันออกมาดีที่สุด

 

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

 

จุนซูแหงนหน้ามองตัวอักษรโลหะที่ประกาศความเป็นอาคารของสถานีโทรทัศน์ชั้นนำของเกาหลี แปลกใจตัวเองไม่น้อยว่ามาทำอะไรที่นี่

 

หลังจากไปเดินหาซื้อของจนครบทั้งถ้วยฟอยล์ กล่องใส่ และริบบิ้นสำหรับผูกให้ดูเหมาะสมกับความเป็นของขวัญ เด็กหนุ่มก็เดินเตร็ดเตร่อยู่ในห้าง นึกถึงคนรักว่ากำลังทำอะไรอยู่  พอรู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ที่ตรงนี้ซะแล้ว

 

......แต่ไหนๆก็มาแล้ว ถือโอกาสขึ้นไปดูยูชอนอัดรายการดีกว่า

 

ร่างเล็กก้าวผ่านประตูกระจกบานเลื่อนอัตโนมัติ เข้าไปในโถงกลางของสถานีโทรทัศน์ที่มาบ่อยจนพอคุ้นเคย ถ้าจำไม่ผิดสตูดิโอที่ยูชอนกับยุนโฮมาถ่ายรายการเกมโชว์น่าจะอยู่ที่ชั้นหก ซึ่งก็จะต้องไปขึ้นลิฟต์ที่ปีกอีกด้านของตัวอาคาร

 

เด็กหนุ่มสาวเท้าเดินไปทางทิศนั้น ก่อนจะต้องชะงักกับก