[Fic] X-MAN #69 : Behind the scene (Special)
posted on 05 Nov 2007 01:28 by almond-meringue in X-MAN
Title: X-MAN #69 : Behind the scene
Author : Almond Meringue (lovejae)
Couple: Yunho x Jaejoong / Yuchun x Junsu
Rating: PG - 13
Genre : Yaoi
Author 's note: รีโพสต์จากบลอกเก่าค่ะ
~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~
Special : Two Weeks Later
‘…I could stay awake just to hear your breathing
Watch you smile while you are sleeping
While you're far away dreaming
I could spend my life in this sweet surrender
I could stay lost in this moment forever
Every moment spent with you is a moment I treasure….’*
ยุนโฮไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเขาจะได้เข้าใจกับความหมายลึกซึ้งของเพลงนี้ จนเมื่อได้มานอนมองคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขน
เด็กหนุ่มจับปอยผมที่ตกลงมาระใบหน้าขาวผ่องไปทัดไว้หลังใบหูอย่างเบามือ ก่อนจะไล้นิ้วไปตามโครงหน้าที่งดงามยิ่งกว่าผู้หญิงบางคน ปลายนิ้วมาหยุดลงที่ริมฝีปากสีชมพู ที่ยุนโฮรู้ดีว่ามันนุ่มนวลและหวานหอมเพียงใด
เขาชอบมองแจจุงตอนหลับ แต่ก็ชอบมากกว่าเวลาที่ฝ่ายนั้นใช้ตาโตคู่นั้นมองมาที่เขา เวลาที่ยิ้ม หัวเราะ หน้าบึ้ง หรืองอนจนแก้มป่อง บางทีอาจจะพูดจาหวานๆ หรือบางทีก็ขี้บ่นจู้จี้ ขี้ใจน้อย
ยุนโฮรักทุกอย่างที่เป็นแจจุง ไม่ได้รักเพราะเจ้าตัวเหมือนเด็กผู้หญิง ที่จริงเขาก็เพิ่งจะได้พิจารณาใบหน้าที่ใครๆ ก็ว่าสวยน่ารักนักหนาชัดๆ ตอนที่ได้เจ้าตัวมาไว้ในวงแขนแบบนี้
แพขนตาหนาขยับเบาๆ คนที่กำลังลืมตามองอยู่จึงรีบหลับตาลงในฉับพลัน
แจจุงขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะกระพริบตาเพื่อไล่ความง่วงงุน
ตอนนี้เด็กหนุ่มชินกับการหลับตาลงและตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอบอุ่นแล้ว ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างออกไปแค่คืบอย่างเงียบๆเหมือนที่ทำทุกเช้า ก่อนจะผงกศีรษะชะเง้อมองไปยังเตียงตัวอื่นๆที่ว่างเปล่า
เตียงทั้งห้านั้นบัดนี้ถูกใช้จริงๆแค่สาม ยุนโฮก็ไม่ได้เซ้าซี้ให้เขาไปนอนที่เตียงตัวเองอีก อย่างที่รับปากว่าจะทำแบบนั้นแค่คืนเดียว เพราะคืนถัดมาเจ้าตัวก็ย้ายมานอนเตียงเขาแทนอย่างน่าตาเฉย ด้วยเหตุผลที่ว่า
‘ไม่ได้นอนกอดนายแล้วนอนไม่หลับ’
พอเขาถามว่าแล้วก่อนหน้านั้นทำไมยังนอนได้ คำตอบของฝ่ายนั้นก็คือ
‘ก็เมื่อก่อนไม่เคยนี่ พอเคยแล้วจะเลิกได้ไง’
และในเมื่อหัวหน้าวงยังทำอะไรโจ่งแจ้งได้ขนาดนี้ ยูชอนก็ไม่รีรอที่จะไปนอนเตียงเดียวกับจุนซูบ้าง ดังนั้นชางมินผู้กลัวน้อยหน้า จึงย้ายเตียงด้วยเช่นกัน คือไปนอนเตียงยูชอนแทนเพื่อให้ห่างไกลจากทุกคนมากที่สุด
วันนี้เป็นวันหยุดที่แสนจะหาได้ยากยิ่งของพวกเขา แจจุงจึงคิดว่าน่าจะให้หัวหน้าวงที่ทำงานหนักมากกว่าใครได้พักผ่อนตามสบาย จึงค่อยๆปลดแขนที่โอบรอบตัวออกอย่างเบามือ แต่ขณะที่เท้ากำลังจะสัมผัสพื้น ร่างบางก็ปลิวกลับไปอยู่ในอ้อมกอดของคนบนเตียงอีกครั้ง
“จะไปไหน นายยังไม่ได้ปลุกฉันเลยนะ”
“ตื่นแล้วก็ลุกสิ ยังจะต้องมาปลุกอะไรอีก”
ยุนโฮให้เขาปลุกแบบ ‘จุนซู’ ทุกเช้ามาตลอดสองอาทิตย์หลังจากอัดเทป X-MAN ครั้งนั้น
แจจุงดิ้นขลุกขลักครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหลุดจากวงแขนนั้นได้ก็ยอมก้มลงไปปลุกคนที่ยังนอนหลับตาอยู่แบบ ‘จุนซู’ โดยดี
~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~
ยุนโฮคัดแยกจดหมายปึกใหญ่ที่กองบนโต๊ะอาหาร ส่วนที่แยกแล้วถูกแบ่งออกเป็นห้ากอง ซึ่งหนึ่งในเจ้าของก็เดินมารวบกองส่วนของตนขึ้นมาดู
คนแยกเห็นโปสการ์ดใบหนึ่งมีลักษณะเป็นบัตรเชิญจึงหยิบขึ้นมาอ่านรายละเอียด ก่อนจะส่งให้เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เอ้า พี่ยูริเขาส่งบัตรเชิญไปร้านกาแฟเปิดใหม่มาให้พวกเรา”
ชางมินรับไปพลิกดูทั้งที่ยังนึกถึงหน้า ‘พี่ยูริ’ ไม่ออก
“พี่ยูริไหนครับ”
“ก็ที่เจอกันตอน X-MAN ไง”
“อ๋อ” น้องเล็กของวงพยักหน้า ก่อนจะร้องเพลง “ยูโนว์ ไอเลิฟยู ~ ...”
หัวหน้าวงที่กำลังลุกขึ้นยืนจึงใช้กองจดหมายในมือ ฟาดลงไปเบาๆบนหน้าผากของน้องชายผู้ตัวสูงกว่าแล้วในตอนนี้ ก่อนจะเอาจดหมายทั้งสองปึกไปวางเหนือตู้สีขาวของตนเองและของแจจุง พอหันไปเห็นคนที่กำลังเดินโขยกเขยกไปทางโซฟาจึงเข้าไปช่วยประคอง
“วันเสาร์หน้าพี่ยูริเขาจะเปิดร้านกาแฟ นายอยากไปไหม”
“พี่ยูริไหน”
“ก็ที่เจอกันตอน X-MAN ไง”
ตอบด้วยประโยคเดียวกับเมื่อครู่ แล้วคนในอ้อมแขนก็ร้องเพลงเดียวกันนั้นขึ้นมาอีก
“อ๋อ... ยูโนว์ ไอเลิฟยู ~ ...”
ยุนโฮจึงหันไปโอบคนข้างๆแบบเต็มตัวแล้วจิ้มนิ้วลงไปที่เอวบาง คนถูกจี้หัวเราะคิกและดิ้นขลุกขลักไปมา ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเบียดตัวเข้ามาในอ้อมกอดมาขึ้น หลังจากแกล้งจนพอใจแล้วเด็กหนุ่มจึงประคองพาไปนั่งที่โซฟา
ชางมินที่ยืนมองอยู่ได้แต่คลำหน้าผากตัวเองป้อยๆ และคิดว่าไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ ทั้งที่ล้อแบบเดียวกันแท้ๆ ทำไมปฏิกิริยาถึงได้ต่างกันขนาดนี้
“ผู้จัดการโทร.มาบอกว่ารายการ Over the mountain เลื่อนมาถ่ายพรุ่งนี้”
“เหรอ งั้นฉันก็อดไปน่ะสิ” แจจุงหงอยลงไปทันที เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องอยู่บ้านคนเดียว
“แล้วฉันจะซื้อขนมมาฝาก”
“ฉันไม่ใช่ชางมินนะถึงจะได้เอาของกินมาล่อแล้วได้ผลน่ะ”
เด็กหนุ่มทั้งสองนั่งดูทีวีไปพลางคุยกันเบาๆ ก่อนที่ยุนโฮจะต้องลุกไปทำรายงานที่ยังค้างไว้ แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมไปนั่งทำในห้องทำงาน กลับหอบทุกอย่างลงมาวางบนโต๊ะกินข้าว เพื่อที่จะได้เงยหน้ามามองคนบนโซฟาได้ตลอดเวลา
ยูชอนกับจุนซูที่กลับมาจากซื้อของก็เข้ามาร่วมวงที่หน้าทีวี เด็กหนุ่มผมดำได้เกมแผ่นใหม่มาจึงเข้าไปลากน้องเล็กออกมาจากห้องทำงานให้มาเล่นด้วย
สาเหตุที่ยูชอนไม่ค่อยชอบเล่นเกมกับจุนซูนั้น แจจุงก็พอจะเข้าใจ เพราะเจ้าตัวต้องคอยระวังที่จะไม่ให้ชนะเจ้าโลมา ซึ่งก็ทำได้ยากยิ่ง ด้วยจุนซูนั้นช่างขาดทักษะในการเล่นไปเสียทุกเกมจริงๆ
เกมใหม่วันนี้เป็นเกมแข่งรถ แจจุงไม่นึกสนใจนักจึงหยิบนิตยสารข้างตัวขึ้นมาดู ปกติเขาก็ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือพวกนี้ แต่มันก็มีอยู่เต็มบ้าน เพราะผู้จัดการจะคอยขนซื้อทุกเล่มที่ลงเรื่องของพวกเขา
เล่มที่หยิบมานี้มีตัวหนังสือขนาดใหญ่บนแถวซ้ายมือ ‘จูบแรกของห้าหนุ่มดงบังชินกิ’ แม้รู้ดีว่าเนื้อหาด้านในจะเขียนอะไรบ้าง แต่มือเรียวก็พลิกไปยังหน้าที่ระบุนั้นทันที
เวลาเจอคำถามนี้พวกเขาจะตอบเหมือนๆกันทุกครั้ง ของเขาน่ะเมคเอาล้วนๆ เด็กคนที่อ้างมีอยู่จริงที่ไหนกัน ส่วนที่ว่าเคยขโมยจูบแรกของชางมินนั้น ถ้าการที่เขาก้มหน้าลงไปดูใกล้ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าฝ่ายนั้นแค่หลับอยู่ยังไม่ได้ตาย และเจ้าตัวก็ดันทะลึ่งลืมตาตื่นลุกพรวดขึ้นมา จนปากกระแทกกันได้แผลไปคนละหน่อย แบบนั้นถ้าเรียกว่าจูบได้ก็จะถือเป็นจูบแรกของเขา
ถ้าไม่นับครั้งนั้น ครั้งแรกของเขาก็คือเมื่อสองอาทิตย์ก่อน..กับยุนโฮ
แต่จูบแรกที่ยุนโฮเล่าในทุกๆครั้งเป็นเรื่องจริง
เด็กหนุ่มพยายามนึกชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จู่ๆก็รู้สึกว่ามันสำคัญมากจริงๆที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าจูบแรกของยุนโฮเป็นใคร คิดไปคิดมาแล้วก็ชักจะหงุดหงิดจึงเหวี่ยงหนังสือไปอีกทาง พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง ด้วยการนั่งมองสามคนบนพื้นหน้าโซฟา
ดูจากสีหน้าของจุนซูแล้ว ท่าทางยูชอนจะเป็นรองในเกมนี้ ดวงตากลมโตจึงเลื่อนไปที่จอตรงหน้า ที่มีรถสีเขียวกับสีแดงกำลังขับเคี่ยวกันอยู่บนสนามแข่ง สีเขียวตามอยู่หนึ่งช่วงและเมื่อมันแฉลบลงข้างทาง เสียง อ๊า แบบโลมาก็ลอยมาเข้าหู แจจุงจึงได้รู้ว่ารถคันไหนเป็นของใคร
เสียงตี๊ดๆบอกให้รู้ว่ารถคันสีเขียวกำลังจะน้ำมันหมด เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างคนผมดำก็เลื่อนตัวไปซ้อนอยู่ด้านหลังของอีกคน แล้วยื่นมือไปปิดตาฝ่ายนั้นทันที
เสียงร้องเฮ้ยของคนถูกปิดตาถูกกลบด้วย “ยูชอนสู้ๆ” แล้วรถสีแดงที่เห็นในจอก็ถูกเหวี่ยงตกข้างทางไป และดูเหมือนเสียงระเบิดดังสนั่นที่ออกมาจากลำโพงนั้นจะเป็นตัวบอกให้เจ้าของรถแดงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขายาวๆจึงป่ายปัดไปข้างหน้า เตะเครื่องเพลย์สเตชั่นที่วางอยู่บนพื้นกระเด็นไปอีกทาง หน้าจอที่มีภาพสนามแข่งรถจึงเหลือเพียงสีฟ้าสว่าง
“เฮ้ย อย่างงี้มันโกงกันนี่หว่า ฉันกำลังจะชนะอยู่แล้วแท้ๆ”
ยูชอนโวยเสียงดังและชางมินก็ไม่ยอมแพ้
“พี่นั่นแหล่ะ โกงผมก่อน”
ยูชอนกางแขนออกกันจุนซูที่ค่อยๆเข้าไปหลบอยู่ด้านหลัง เหมือนพ่อไก่กางปีกปกป้องลูกโลมา
“อะไร ใครโกงนาย ฉันก็เล่นของฉันอยู่ดีๆ”
“ก็แฟนพี่ เอามือมาปิดตาผม”
“อ้อ นี่นายว่าแฟนฉันขี้โกงเหรอ”
จบประโยคนั้นแล้ว พื้นที่หน้าโซฟาก็กลายเป็นเวทีมวยปล้ำไปในทันที
ส่วนคนบนโซฟานั้นจู่ๆก็นึกบางชื่อขึ้นมาได้ ความสนใจจึงถูกดึงกลับมายังเรื่องเมื่อครู่ ถ้าจำไม่ผิดผู้หญิงคนนั้นน่าจะชื่อ เทยอนหรือเชยอง หรือว่าจะเป็นซูยอนกันน้า
ยุนโฮหันไปมองเสียงตุ้บตั้บที่ดังมาจากหน้าทีวี แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา ก่อนจะลุกออกไป แล้วก็ได้เห็นว่าน้องเล็กที่ถูกรุมนั้นพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือจากคนบนโซฟา
“พี่..พี่แจจุง”
ยุนโฮหลุดหัวเราะออกมาเมื่อแจจุงที่นั่งเหม่ออยู่หันไปตามเสียงเรียก แล้วเจ้าตัวก็เลื่อนตัวลงไปที่พื้นก่อนจะฟาดมือลงไป พร้อมกับนับ 1..2..3
แจจุงคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้นึกว่าชางมินจะต้องการกรรมการมาช่วยนับ
เด็กหนุ่มตรงเข้าไปช้อนร่าง ‘กรรมการ’ ขึ้นไปไว้บนโซฟาตามเดิม ก่อนจะแยกสามคนที่กำลังชุลมุนอยู่ออกจากกัน และเมื่อได้ยินเสียงออดดังมาจากหน้าประตู ยุนโฮจึงหันไปทางยูชอน
“นายไปดูหน่อยสิ ว่าใครมา”
เด็กหนุ่มผมดำถลึงตาใส่คู่กรณีก่อนจะยอมลุกไปโดยดี
“ไง ไม่เจ็บตรงไหนนะ”
ยุนโฮช่วยสำรวจตามเนื้อตัวของชางมิน แล้วก็เห็นว่านอกจากถลอกนิดหน่อยแล้วก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก จึงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆร่างบางบนโซฟา
ครู่เดียวยูชอนก็กลับเข้ามาพร้อมกับกล่องใบใหญ่ในมือด้วยหน้าตาตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
“ของที่ฉันสั่งไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มาแล้วล่ะ”
“อะไรเหรอยูชอน” จุนซูยื่นหน้าเข้าไปในกล่องที่ถูกเปิดไว้อย่างสนใจ แล้วยูชอนก็หยิบของในนั้นออกมา
“มิสเซิลโท”
สายตาห้าคู่มองไปที่พุ่มใบไม้ประดิษฐ์สีเขียวสดที่ด้านบนผูกไว้ด้วยโบว์สีทองเป็นประกาย
“มันจะไม่เร็วไปหน่อยเหรอ อีกตั้งเกือบสองเดือนนะ กว่าจะถึงคริสต์มาส”
ยุนโฮถามออกไป และคนที่ถือมิสเซิลโทอยู่ก็ชี้ไปทางต้นคริสต์มาสที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะกินข้าวมานานแสนนาน
“ทีนั่นยังอยู่มาได้ตั้งแต่ปีที่แล้วเลย”
“มันเป็นของประดับ เหมือนต้นคริสต์มาสเหรอ”
ยูชอนยิ้มเจ้าเล่ห์กับความไร้เดียงสาของโลมาน้อย ก่อนจะตอบ
“ใช่ แต่มันพิเศษกว่า”
ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินร่อนไปทั่ว ก่อนจะหายไปทางหน้าประตูบ้าน และเสียงก๊อกแก็กก็บอกให้รู้ว่ามิสเซิลโทนั้นได้ที่แขวนแล้ว
ยุนโฮยังแอบนับถือฝ่ายนั้นในใจที่ช่างเข้าใจเลือกที่จริงๆ เพราะตรงหน้าประตูบ้านจะมีลักษณะเป็นซอง ที่มีกำแพงขึ้นมาบังทั้งสองด้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนในบ้านเห็น และประตูหน้าก็ไม่ได้ถูกเปิดออกได้ง่ายๆอีกด้วย
ยูชอนเดินกลับมาแล้วก็ตรงเข้าฉุดจุนซูให้ลุกขึ้นยืน
“มา ฉันจะบอกให้ว่ามิสเซิลโทมันต่างกับต้นคริสต์มาสตรงไหน”
เด็กหนุ่มแก้มอิ่มลุกตามไปอย่างว่าง่าย และอีกคนที่อยู่บนพื้นก็ลุกตามไปติดๆ คนชวนจึงหันมาชักสีหน้าใส่
“นายจะไปไหน”
“ผมก็อยากรู้เหมือนกันนี่นา ว่ามิสเซิลโทนี่มันพิเศษยังไง”
ยุนโฮหันมาสบตากับแจจุง แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกัน อย่างชางมินมีหรือจะไม่รู้ว่าตามประเพณีแล้ว คนที่เดินมาพบกันใต้มิสเซิลโทนั้นจะต้องจูบกัน
เสียงโทรศัพท์มือถือของยุนโฮดังขึ้น และเจ้าตัวก็หยิบมากดรับโดยแขนอีกข้างยังคงพาดอยู่บนไหล่บอบบาง
“ครับแม่ ว่าไงครับ”
แจจุงพยายามจะเลื่อนตัวออกห่าง เพราะรู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่แขนแข็งแรงก็ยังโอบไว้ไม่ยอมปล่อย
“พ่อของเทยอนน่ะเหรอครับ ครับผมจะรีบไป”
ชื่อนั้นทำเอาแจจุงหูผึ่ง เทยอนนี้รึเปล่าที่เป็นจูบแรกของยุนโฮ
ยุนโฮปิดโทรศัพท์ก่อนจะหันมาสบดวงตากลมโตที่มองอยู่
“ฉันคงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ พ่อของเทยอนเสีย ครอบครัวฉันกับเขาสนิทกันมานานตั้งแต่สมัยฉันยังเด็กๆแล้ว ยังไงก็ต้องไปงาน”
แจจุงพยักหน้ารับรู้ และตามไปช่วยยุนโฮจัดกระเป๋า
“คืนนี้อย่านอนร้องไห้คิดถึงฉันนะ”
ยุนโฮหยอกล้อคนรักก่อนจะจูบแก้มใสเบาๆอย่างอาลัยอาวรณ์ และเมื่อนัดแนะกับอีกสามคนว่าให้ไปเจอกันที่เมืองเล็กๆ ที่จะต้องไปถ่ายทำในวันรุ่งขึ้น เจ้าตัวก็ออกจากบ้านไป
~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~
แจจุงไม่ได้นอนร้องไห้คิดถึงยุนโฮ แต่นอนไม่หลับเลยต่างหาก
เขาเริ่มชินกับน้ำหนักจากท่อนแขนที่พาดลงมาบนตัว จนพอต้องนอนคนเดียวเลยไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ เด็กหนุ่มจึงเดินออกไปที่ครัวเล็กๆเพื่อดื่มนม เพราะเคยได้ยินมาว่าดื่มนมก่อนนอนจะช่วยทำให้หลับสบาย
ขณะกำลังรินนมใส่แก้ว ก็มีเสียงกุกกักดังมาจากประตูบ้าน
แจจุงตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปอึดใจ มือเรียวเอื้อมไปยังกล่องใส่มีด แต่ยังไม่ทันต้องหยิบอาวุธ ผู้บุกรุกก็เดินลากกระเป๋าเข้ามา
“อ้าว แจจุง ทำไมยังไม่นอน”
แจจุงถอนหายใจด้วยความโล่งปนดีใจเมื่อเห็นหน้าของคนที่เดินเข้ามา เด็กหนุ่มยิ้มนิดๆก่อนจะเลี่ยงด้วยการถามกลับ
“แล้วทำไมนายถึงกลับมาล่ะ ไม่ต้องค้างที่บ้านเหรอ”
ยุนโฮปล่อยกระเป๋าทิ้งไว้ตรงทางเดิน ก่อนจะเข้ามาช่วยจับมือบางที่ถือขวดค้างไว้ รินนมให้จนเต็มแก้วแล้วเก็บขวดใส่ตู้เย็นตามเดิม
“อืม พองานเลิกแล้ว ฉันเห็นว่ายังทันรถเที่ยวสุดท้ายก็เลยกลับ”
แจจุงพยักหน้ารับรู้ ปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มเขาขึ้นไปนั่งบนที่ว่างข้างอ่างล้างจาน เพื่อที่เจ้าตัวจะดูขาข้างที่บวมมาตั้งแต่เมื่อวานได้ถนัด
“ทายารึยัง”
ที่จริงแล้วยังไม่ได้ทา แต่คนกลัวความผิดฐานไม่ดูแลตัวเองก็พยักหน้ารับไป
ยุนโฮจะเห็นว่าควรทาเพิ่มหรือรู้ว่าเขาโกหกว่าทาแล้วก็ตามที ร่างสูงโปร่งก็เดินไปหยิบยามาทาลงไปบนขาของเขาอย่างเบามือ
ความอ่อนโยนเอาใจใส่ของฝ่ายนั้นทำให้แจจุงตื้นตันใจ แต่ความคิดเรื่องจูบแรกของยุนโฮก็ยังตามมาก่อกวน จนเด็กหนุ่มตัดสินใจว่าถามๆออกไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลยดีกว่า
“ยุนโฮ จูบแรกของนายน่ะ..เป็นยังไงเหรอ”
พูดจบแล้วแจจุงก็อยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายไปเลย ความลังเลทำให้เลือกคำถามผิด แทนที่จะถามว่า‘ใคร’ กลายเป็น‘ยังไง’ นอกจากจะไม่ได้รู้ชื่อผู้หญิงคนนั้นแล้วยังต้องมานั่งฟังเจ้าตัวบรรยายความรู้สึกของจูบแรกอีก
ดวงตายาวรีมองมาอย่างงงๆกับคำถามแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนั้น แต่ก็ยอมตอบโดยดี
“ไม่รู้สิ มันเร็วมาก ฉันรู้สึกแต่ว่าปากฉันโดนปากเขาเท่านั้นเอง”
ขนาดว่าไม่อยากจะฟังนัก แต่คำตอบแบบนั้นก็ทำให้ต้องถามย้ำ
“ไม่จริงล่ะมั้ง จูบแรกเชียวนะ นายไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆเหรอ”
“แล้วมันต้องรู้สึกยังไงล่ะ จูบแรกเนี่ย”
แก้มใสของคนโดนย้อนถามผ่าวร้อน แต่ในเมื่อเป็นคนเริ่มบทสนทนานี้ขึ้นมาเองก็ต้องต่อให้จบ
“มันก็ อ่อนหวาน..ซาบซึ้ง..ประทับใจไม่มีวันลืม”
“เหรอ งั้นเวลาจูบกับนาย มันก็เป็นจูบแรกของฉันทุกครั้งเลยน่ะสิ”
ยุนโฮตอบออกมาด้วยน้ำเสียงธรรมดาเป็นที่สุด เหมือนกับมันเป็นเรื่องจริงที่ไม่ต้องมีการพิสูจน์ ราวกับพูดว่า ‘พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก’ อย่างไงอย่างงั้น
ความธรรมดานั้นเองที่จับใจคนฟัง จนต้องโน้มตัวไปจูบแก้มคนพูดเบาๆ ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในใจ
เด็กหนุ่มที่ย่อตัวอยู่ด้านล่างลุกขึ้นยืน เจ้าตัวเลิกคิ้วเหมือนจะแปลกใจกับจุมพิตที่ได้รับ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วช้อนร่างบางไว้ในอ้อมแขนพาไปที่ประตูบ้าน
ยุนโฮปล่อยแจจุงลงไปยืนที่พื้นก่อนจะโอบแขนไว้รอบเอวบาง รั้งร่างหอมกรุ่นนั้นเข้ามาชิด แล้วกระซิบเบาๆ
“แจจุง”
“หือม์” แจจุงเองก็ตอบรับด้วยเสียงเบาพอกัน ดวงตากลมใสมองสบเข้าไปในดวงตาพราวระยับของใบหน้าที่ก้มต่ำลงมา สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“นายยืนอยู่ใต้มิสเซิลโท”
- FIN -
* I Don't Want To Miss A Thing : Aerosmith

แต่งเก่งมากเลยค่ะ อ่านแล้วมีแบบแอบอมยิ้ม
บางครั้งก้อเศร้านิดหน่อย บางช่วงแอบหวิวตาม
ชอบมากค่ะ จะตามอ่านเรื่องอื่น ๆ นะคะ
เป็นกำลังใจให้จ้า
#1 By yj on 2007-11-05 20:19