คิดถึง...
posted on 03 Apr 2011 21:04 by almond-meringue in Diary, Short-Fiction-1สี่ทุ่มสิบห้านาที
ชายหนุ่มเหลือบมองเวลาจากนาฬิกาข้อมือขณะไขล็อคชั้นที่สองของประตูไม้สีขาวตรงหน้า กำลังนึกพอใจที่มาถึงได้เร็วกว่าที่คิดไว้มากก็กลับต้องขมวดคิ้วฉับเมื่อเปิดเข้าไปเจอกับความมืดด้านใน
ไม่อยู่ห้อง … หรือเข้านอนไปแล้ว?
ข้อสันนิษฐานแรกเป็นอันตกไปเมื่อสังเกตเห็นแสงไฟลอดออกมาจากใต้ประตูห้องนอน ส่วนข้อสองนั้นก็อาจจะยังไม่แน่ หลักฐานคือเงาตะคุ่มของสัตว์สี่เท้าสูงประมาณหน้าแข้งที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า
“เจ้านายเราเขานอนไปรึยังฮึ”
ชายหนุ่มก้มตัวลงหมายจะเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าคู่ปรับที่ดูจะไม่ชอบเขาอย่างจริงๆจังๆ ไม่ว่าจะเพียรซื้อขนมของเล่นมาฝากแค่ไหน ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมญาติดีด้วยเสียเลย
‘ก็เวลาพี่ไป มันต้องออกมานอนนอกห้องนี่ มันก็ไม่ชอบพี่น่ะสิ’
น้องชายทั้งสามที่ไม่เคยมีปัญหากับเจ้าตัวนี้เลยต่างลงความเห็นกันว่าอย่างนั้น ทีแรกเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ตอนหลังก็ต้องยอมรับว่าอาจจะจริง
ดูอย่างครั้งนี้ก็เช่นกัน ยังไม่ทันได้แตะปลายหูมันก็ขยับตัวหลบมือเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาแวววาวของสัตว์ตระกูลแมวจ้องมองเขาอยู่ในความมืดชั่วอึดใจ ก่อนจะหันหลังจากไปพร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆในลำคอที่ฟังคล้ายคำขู่แบบที่ชวนให้คิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนใจหันกลับมาตะปบกรงเล็บใส่เขาเมื่อไหร่ก็ได้
ชายหนุ่มโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ ก่อนจะสาวเท้าไปทางห้องเดียวที่เปิดไฟอยู่โดยอาศัยความเคยชินและแสงที่ลอดออกมารางๆ เคาะประตูเบาๆก่อนสองสามทีด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายตกใจที่จู่ๆก็เปิดประตูพรวดเข้าไป
“นอนรึยั….”
คำถามหยุดค้างไปกลางคัน เมื่อเปิดเข้าไปเจอร่างในชุดนอนลายทางที่นอนหลับพังพาบอยู่กลางเตียงในสภาพมือข้างหนึ่งกุมไอพอดทัชเอาไว้แน่น ส่วนอีกข้างมีกระดาษขนาดเอสี่ยับๆหนึ่งใบ จังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวนอนหลับสนิทไปแล้ว แต่อาจจะไม่ใช่การหลับที่น่าสบายเท่าไหร่เมื่อดูจากคิ้วโค้งเรียวที่ขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างนั้น
ชายหนุ่มปลดกระเป๋าสะพายออกวางไว้บนโต๊ะแล้วก้าวเข้าไปทรุดตัวนั่งตรงริมเตียง ค่อยๆดึงเอาหูฟังและของในมือออกให้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะขยับร่างนั้นให้นอนอยู่ใต้ผ้าห่มในท่าที่สบายขึ้น ใบหน้ายามหลับที่ไม่ได้เห็นมาร่วมสองเดือนดูจะซูบลงไปกว่าที่เจอกันครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่กล้ามบนต้นแขนที่เพิ่งจะอวดเขาเมื่อไม่นานก็เล็กลงไปจนสัมผัสได้
ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนปมระหว่างคิ้วของคนตรงหน้าเบาๆ แต่แทนที่รอยย่นนั้นจะคลายออกก็กลับขมวดมากกว่าเดิม
“ช้าง..”
ชายหนุ่มชะงักไปนิด ก้มลงมองใกล้ๆว่าอีกฝ่ายตื่นแล้วหรือละเมอกันแน่ เสียงแผ่วๆจากริมฝีปากสีชมพูอ่อนก็ตามมาอีกระลอก
“ช้าง ช้าง ช้าง ชาง….”
ฟังออกแค่นั้นเพราะที่เหลือกลายเป็นเสียงงึมงัม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พอจะเดาจากจังหวะการเว้นเสียงและความสูงต่ำของระดับเสียงได้ว่าคนตรงหน้าคงกำลังละเมอร้องเพลงๆหนึ่งที่เจ้าตัวพยายามหัดร้องให้เขาฟังทางโทรศัพท์มาตลอดทั้งอาทิตย์แน่ๆ
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ พลางลูบผมสีน้ำตาลอ่อนของคนบนเตียงด้วยความเอ็นดู นิ่งมองฝ่ายนั้นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะลุกไปหยิบโทรศัพท์มากดโทร.ออก
“ฮัลโหล … พวกนายกินกันไปเลยไม่ต้องรอนะ คืนนี้พวกฉันไม่ไป”
[--อะไรนะพี่ ไม่ค่อยได้ยิน จะออกมากันแล้วใช่ไหม ได้สั่งเผื่อเลย--]
เสียงคนทางปลายสายถูกกลบด้วยเสียงเอะอะจากทางด้านนั้นจนฟังแทบไม่ชัด ร่างสูงขยับห่างออกจากเตียงก่อนจะตอบ
“ไม่ใช่ ตกลงไม่ไปแล้วนะ เขาหลับไปแล้วฉันไม่อยากปลุก พรุ่งนี้ต้องออกเช้าด้วยนี่”
[--อ้าว หลับแล้วเหรอ โธ่เอ้ย รู้งี้โทร.ไปบอกก่อนก็ดี …โอเค งั้นค่อยเจอกันคราวหน้า ….อ๊ะ เดี๋ยวพี่อย่าเพิ่งวางนะ--]
[--ฮัลโหล--] เสียงในโทนสูงกว่าเสียงแรกดังมาจากปลายสาย [-- พี่ช่วยเตือนให้เขาเอาของฝากทีมงานไปด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมซื้อหมูหวานๆเหนียวๆแบบคราวก่อนด้วย เดี๋ยวเด็กแถวนี้จะอดกิน ฮ่าๆๆ--]
เสียงหัวเราะร่าเริงเงียบไปกะทันหันก่อนใครอีกคนจะกรอกเสียงฮัลโหลมาตามสาย บอกให้รู้ว่าโทรศัพท์ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง [--พรุ่งนี้พี่จะเข้าสตูตอนเช้าหรือบ่ายครับ--]
น้ำเสียงเอาการเอางานนั้นเจือไปด้วยความเข้าใจจนรู้สึกได้ ดวงตาเรียวรีเหลือบมองร่างบนเตียงก่อนจะตอบ
“ก็เช้าเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ นายเองคืนนี้ก็อย่าให้ดึกมากนะ บอกสองคนนั่นด้วย”
เมื่ออีกฝ่ายรับคำและวางหูไปแล้ว ชายหนุ่มก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าดังเดิม ถอดเสื้อนอกออกพาดไว้บนเสากลมข้างประตู ปิดไฟแล้วเดินกลับไปที่เตียง จะว่าไปก็น่าเสียดายเพราะโอกาสที่พวกเขาจะได้เจอกันครบห้าคนนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย แต่เขาก็อยากให้คนที่ต้องเดินทางพรุ่งนี้ได้พักผ่อนให้เต็มที่มากกว่า เพราะถึงจะใช้เวลาไม่นาน แต่เชื่อได้เลยว่าพอไปถึงแล้วคงจะต้องเจอตารางงานยาวเหยียดทันทีแน่ๆ
ร่างสูงโปร่งสอดตัวเข้าไปใต้ผืนผ้าห่มก่อนจะรั้งร่างคนนอนหลับเข้ามาในอ้อมกอด ฝ่ายนั้นขยับตัวยุกยิกอย่างจะหามุมสบายก่อนจะเอนศีรษะลงบนอกกว้างดังเช่นทุกครั้ง
“ฮื้ม…”
เงี่ยหูฟังเสียงฮึมฮัมของคนในวงแขนชั่วครู่จึงพอจับได้ว่าเจ้าตัวยังคงละเมอฮัมเพลงที่ตั้งใจหัดร้องเพื่อทำตามสัญญาเพลงนั้นอยู่ดี ชายหนุ่มยิ้มบางก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมน
“กำลังพยายามอยู่อย่างเต็มที่เลยใช่มั้ย”
ปลายนิ้วเรียวยาวไล้สัมผัสริมฝีปากอิ่มของคนหลับที่ยกยิ้มน้อยๆคล้ายกับจะตอบรับคำนั้น
“ฉันเองก็เหมือนกัน”
ชายหนุ่มกระซิบบอกพลางทอดตามองเสี้ยวหน้านวลกระจ่างภายใต้แสงจางๆที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
แม้พรุ่งนี้เขาจะไม่มีโอกาสได้ไปส่งที่สนามบิน ไม่ได้คอยช่วยดูแลยามเดินผ่านกลุ่มแฟนเพลงที่หนาแน่นอีกแล้ว
พวกเขาทุกคนต่างเติบโตและต้องก้าวต่อไปข้างหน้า
แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นพวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่พวกเขามีร่วมกันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คอนสนุกมากๆจริงๆ แต่ก็อดเศร้าลึกๆไม่ได้
ปกติก็ไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไรขนาดนั้น แต่ตอนมองหลังแจจ๋าชอตนี้น้ำตาแทบจะไหลจริงๆ
JUNSU … YUCHUN … JAEJOONG … CHANGMIN … YUNHO … HWAITING !!!